ขายของ

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รักยม ตอนที่ 55 - ปั่มป๊าม

“พี่เอกบ้า บ้า บ้า บ้าที่สุดเลย … หายไปตั้งหลายวันไม่พอ ยังพาผู้หญิงพวกนั้นกลับมามั่วที่บ้านอีก พี่หญิงก็เป็นไปด้วยอีกคนเป็นแฟนกันแท้ ๆ ปล่อยให้พี่เอกทำงี้ได้ไง” เมย์ เด็กนักเรียนมัธยมต้นวัย 14 ปี ที่สวยน่ารักดั่งนางฟ้าตัวน้อยขมวดคิ้ว ยืนบ่นอุบอิบอยู่หน้ากระจก เงาในห้องน้ำ ขณะที่สองมือเล็ก ๆ กำลังสาละวนลากไล้ผ้าขนหนูเนื้อนิ่มซับหยดน้ำที่เปียกพราวอยู่ทั่ว ร่างกายด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนสองเต้าที่อวบกลมไม่แพ้สาววัยมหาลัยเด้งสั่นไหวระริก “มั่ว คืออะไรจ๊ะ พี่เมย์จ๋า ?” มายด์ เด็กสาววัย 11 ขวบ ที่สวยน่ารักสดใสดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเอ่ยถามเสียงสดใส ขณะแอบลอบ มองดูเรือนร่างที่เต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าของผู้เป็นพี่สาวด้วยความอิจฉา ไปพร้อม ๆ กับใช้ฝ่ามือเล็ก ๆ ลูบไล้ แป้งเด็กเนื้อละเอียดเนียนไปตามแขน ขา และเนื้อตัวอันบอบบางน่าทะนุถนอมของตน “มั่วก็คือ ... อืม ... ช่างเหอะ เด็กอย่างมายด์อย่าเพิ่งรู้เลย … เอาเป็นว่าไม่ดีก็แล้วกัน” เมย์ หันไปมองมองใบหน้าอันไร้เดียงสาของน้องสาว ก่อนตัดสินใจไม่แปลความหมายที่ไม่ดีของคำว่า ‘มั่ว’ ออกมาให้รับรู้ เธอจึงเพียงพูดตัดบทแล้วหันไปมองกระจกเงา ก่อนใช้ฝ่ามือลูบไล้แป้งเด็กยี่ห้อเดียวกันไป ตามเรือนร่างอันเปล่าเปลือยของตนจนกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยไปทั่วห้อง “มั่ว หมายถึงที่พี่เอกทำกับพี่หญิง พี่ฟ้า พี่ฝน แล้วก็พี่ฝ้ายหรือเปล่าค่ะ เสียงดังทั้งคืนจนมายด์นอนไม่หลับเลย” มายด์ หันมาสบสายตากับพี่สาวด้วยดวงตาอันกลมโตสดใส ก่อนเอ่ยถามเสียงใสเสมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในชีวิตประจำวัน ก่อนหันไปหยิบกระป๋องแป้งมาเทลงในฝ่ามือ แล้วลูบไล้ไปตามท่อนขาและสะโพกเล็ก ๆ ของตน หากแต่ผู้เป็นพี่สาวที่ถูกถามถึงกับอ้ำอึ้งด้วยไม่รู้ว่าจะตอบน้องสาวที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องมากเกินควรอย่างไรดี “ยัยมายด์ !! สอดรู้เรื่องผู้ใหญ่มากไปแล้วนะ แล้วนี่ไปสนิทกับผู้หญิงพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จำชื่อได้หมดเชียว” เมย์ ถามด้วยน้ำเสียงขุ่น ๆ เมื่อต้องพูดถึง ‘ผู้หญิงพวกนั้น’ เด็กสาวหมายถึงพวกผู้หญิงที่มาพร้อมกับพี่ชายของ เธอเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งคราแรกที่ได้เห็นพี่ชายกลับมาที่คอนโด เธอก็ดีใจจนตัวลอย อยากจะกระโดดเข้าไปกอดรัด กับผู้ชายคนแรกที่ได้ความสาวของเธอไปเสียให้หายคิดถึง หากแต่พี่ชายของเธอก็เพียงเอามือลูบหัวเบา ๆ แล้ว แนะนำตัวผู้หญิงพวกนั้น ก่อนจะพากันหายเข้าไปในห้องนอนทั้งคืน ทิ้งให้เธอได้แต่ยืนมองตามด้วยสายตาละห้อย ถึงแม้จะเพิ่งอยู่ในวัยเพียง 14 ปี แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าพี่ชายของเธอ และผู้หญิงพวกนั้น ทำอะไรกันอยู่ในห้อง ทั้งคืน เพราะไหนจะเสียงร้องครางบ้างล่ะ เสียงตุบ ๆ กระแทกกับฝาผนังบ้างล่ะ แถมเมื่อคืนตอนที่เธอออกไป หาน้ำกินในห้องครัว แม้จะมืดไปหน่อยเพราะไม่ได้เปิดไฟ แต่เธอก็ได้เห็นเสียจนเต็มตาเลย ว่าพี่ชายของเธอกำลัง มั่วอยู่กับสาวหมวยที่ชื่อว่าฟ้าบนโต๊ะกินข้าว !! “ก็พี่สาวทุกคนสวยน่ารักหมดเลยนี่คะ พี่ฝ้ายที่เป็นนางพยาบาลก็ผิวขาวม๊ากมาก พี่ฝนที่เป็นพริตตี้ก็เซ็กส์ซี่ดีจัง พี่ฟ้าก็ดูหมวย ๆ ดุ ๆ แต่ใจดีน่ารัก ส่วนพี่หญิงก็สวยสุด สวยเหมือนนางฟ้าเหมือนเดิม แถมพี่ฝ้ายยังชมมายด์ว่า สวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ด้วยนะคะ” มายด์ เด็กสาวที่มีนิสัยช่างสังเกตเกินวัย สาธยายรายละเอียดของ ‘ผู้หญิงพวกนั้น’ ออกมาอย่างละเอียดยิบด้วย ใบหน้าอันภาคภูมิใจ ในขณะที่เมย์ผู้เป็นพี่สาวกำลังขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่น้องสาวของตนดูจะชื่นชม ศัตรูหัวใจที่มาแย่งพี่ชายสุดที่รักของเธอซะเหลือเกิน “อ๊ะ แต่ว่า พี่เมย์ ของมายด์สวยกว่า พี่ฟ้า พี่ฝน แล้วก็พี่ฝ้ายนะคะ ถ้าโตอีกหน่อยพี่เมย์คงสวยเหมือนนางฟ้า ต้องสวยไม่แพ้พี่หญิงแน่เลย” เสียงหวานใสของมายด์ที่พูดจาฟังดูคล้ายจะเป็นการประจบ หากแต่เมื่อดวงตากลมโตนั้นดูเปี่ยมไปด้วยความ บริสุทธ์ไร้เดียงสาไม่เหมือนกับเป็นการพูดเพื่อเอาใจ ก็ทำให้ผู้เป็นพี่สาวค่อยยิ้มออกมาได้ “ฮึ ยัยเด็กขี้ประจบ” เมย์ ขยับมือเอานิ้วไปจิ้มใส่จมูกโด่ง ๆ ของน้องสาวตัวน้อย ก่อนพูดประชดใส่ กระนั้นเด็กสาวผู้เป็นพี่ก็อดรู้สึก ภูมิใจในตัวเองลึก ๆ ไม่ได้ ที่อย่างน้อยก็มีใครสักคนมองว่าตัวเธอเหนือกว่าผู้หญิงพวกนั้น เมย์ ยืนมองเงาของเด็กสาวหน้าตาสะสวยน่ารักดั่งนางฟ้าตัวน้อยที่สะท้อนอยู่ในกระจกอย่างเหม่อลอย ในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 14 ปี ถึงแม้ว่าเธอจะยังมีเสน่ห์ด้อยกว่าพี่หญิงก็ยังพอรู้สึกรับได้ แต่เธอก็ตั้งใจมั่น เอาไว้แล้วว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงที่สวย เซ็กส์ซี่ และน่ารักที่สุดในโลก เป็นผู้หญิงเพียบพร้อมที่จะทำ ให้พี่เอกของเธอหลงรักจนหัวปักหัวปำให้จงได้ “มายด์พูดจริงนี่คะ ก็เวลาเดินไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนมองพี่เมย์ ... มองเหมือนอยากจะจับพี่เมย์กินแน่ะ ... มายด์อยากสวย น่ารัก แล้วก็หุ่นดีแบบพี่เมย์ กับพี่หญิงบ้างจัง... มายด์จะได้ .... ” มายด์ ที่เกือบจะหลุดปากพูดคำต่อไปว่า ‘มายด์จะได้มั่วกับพี่เอกบ้าง’ รีบปิดปากแล้วหลบสายตาผู้เป็นพี่สาว ก่อนก้มลงมองหน้าอกที่เพิ่งตั้งเต้านูนขึ้นมาเป็นผลส้มเล็ก ๆ แล้วมองสำรวจร่างกายที่ยังคงบอบบางเป็นแค่เด็ก น้อยของตน ก่อนหันไปมองหน้าอกอวบอิ่ม และเรือนร่างที่เติบโตเกินวัยของผู้เป็นพี่สาวด้วยสายตาละห้อยระคน อิจฉาอีกครา “เดี๋ยวนี้อ้อนเก่งนะยัยมายด์ แต่เราก็ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ หน้าใสกิ๊งเหมือนตุ๊กตาแบบนี้โตมาต้องสวยน่ารักแน่ ๆ” เมย์ ที่ได้ยินคำชมอันใสซื่อจากน้องสาวก็ถึงกับยิ้มแก้มแทบปริ เธอไม่ได้สนใจคำพูดทิ้งท้ายที่มายด์พูดไม่ทันจบ เลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่หันไป แอ่นอก แอ่นก้น ด้วยลีลาท่าทางที่ไม่แพ้นางแบบในนิตยสาร เด็กสาวมองสัด ส่วนอันโค้งเว้าของตนเองที่เด่นหราอยู่ในกระจกเงาอย่างภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่เธอเคยรู้สึกรำคาญหน้าอกของตัวเอง ที่ตั้งเต้าตูมเติบโตเกินหน้าเกินตาเพื่อน ๆ วัยเดียวกันจนรู้สึกเหมือนเป็นปมด้อยมานานพอดู เด็กสาวเคยรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่เธอต้องคอยทนถูกมองด้วยสายตาอันน่ากลัวจากเพศตรงข้าม เด็กสาวเคย ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ชายถึงได้ชอบแอบมองหน้าอกกับเรียวขาของเธอนัก หากแต่เมื่อมีสัมพันธ์สวาทอันร้อน แรงกับพี่เอก เธอก็เริ่มรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตนเองมี เธอชื่นชอบเหลือเกินเวลาที่พี่เอกของเธอบีบเคล้นขย้ำไปตาม เนื้อตัวของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่หน้าอกทั้งสองข้างถูกฝ่ามือใหญ่ ๆ ของเขาบีบขยี้ ความรู้สึกวาบหวิวในอารมณ์อันน่าพิศวงแผ่วพริ้วกระเพื่อมไหวน้อย ๆ ไปทั่วร่าง เมื่อเด็กสาวแอบหวนนึกไปถึง ค่ำคืนที่โดนพี่ชายของเธอลูบไล้เคล้นคลึงไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทรักอันแสนหฤหรรษ์ ที่พรากเอา ความบริสุทธ์ผุดผ่องไปจากเธอตลอดกาล เมย์ เม้มปากน้อย ๆ ขณะเอามือลูบแป้งในฝ่ามือเบา ๆ แล้วขยับไปลูบไล้ที่เนินอกอวบเต่งไม่แพ้สาวมหาลัย อย่างแผ่วเบา เด็กสาวเริ่มจากนวดเฟ้นไปตามฐานเต้านมจนหน้าอกอวบสั่นไหว แล้วค่อย ๆ ไล้ขึ้นไปวนรอบ ๆ ปลายถันสีชมพูอ่อน ก่อนจะตัวสั่นน้อย ๆ ร้องครางออกมาเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วเกี่ยวโดนเข้ากับจุดรวมความสยิว ที่ปลายถันเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ เพียงแตะนิดสะกิดหน่อย ร่างของเด็กสาวที่อัดอั้นความต้องการมานานหลายวันก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาในทันที ปลายถันสีสวยที่อ่อนนุ่มค่อย ๆ เต่งตัวแข็งเป็นเม็ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับความกระสันต์ที่เพิ่มสูงขึ้น จนเด็กสาวแอบเผลอนึกจินตนาการไปว่าอุ้งมือน้อย ๆ ของตนที่กำลังนวดเฟ้นไปตามความคัดเต่งแน่นของสอง เต้าอวบคือฝ่ามือร้อน ๆ ของผู้เป็นพี่ชาย “อา......” เด็กสาวแอบสูดปากเบา ๆ ให้กับความสยิวน้อย ๆ ที่สรรค์สร้างด้วยน้ำมือตนเอง กระแสความสุขที่แผ่วพริ้ว ไปทั่วร่างเร่งเร้าให้เธอค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบกำขยำนวดเต้านมที่อวบใหญ่กว่าฝ่ามือน้อย ๆ เสียเกือบครึ่งด้วย ความรู้สึกกระหาย เพียงแค่นั้นความกระสันต์ที่รุนแรงกว่าเดิมก็แล่นวูบจนเด็กสาวต้องหนีบสองขาเข้าหา กันแน่นโดยไม่รู้ตัว ในความคิดอันใสซื่อของเด็กสาวอ่อนวัยคล้ายจะนึกถึงเพียงภาพ และกลิ่นกายของพี่ชายที่เป็นผู้ชายคนแรก ของเธอจนเริ่มรู้สึกเคลิบเคลิ้ม มือน้อย ๆ ข้างหนึ่งจึงค่อย ๆ ลดระดับเลื่อนลงไปเกาะกุมที่รอยแยกกลางลำตัว อย่างแผ่วเบา ก่อนสูดปากซี้ดเมื่อลากไล้ปลายนิ้วกรีดไปตามความยาวของร่องที่ปิดเม้มแน่นสนิท “อูยยยยยยย ซี้ดดสสสส” เด็กสาวส่งเสียงครางซี้ดเมื่อกดปลายนิ้วลึกเข้าไปจนโดนเม็ดแตดที่กำลังเต่งตัว ร่างกายอันสาวสดที่เคยได้ รับความสุขกระสันต์ของการร่วมเพศดูจะตื่นตัวอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน เพราะเพียงเท่านี้ก็มีน้ำใส ๆ ไหล ซึมเอ่อออกมาจากร่องสวาทเสียแล้ว เด็กสาวรู้สึกเหมือนเริ่มหยุดตัวเองไว้ไม่อยู่ มือข้างหนึ่งบีบเต้าตัวเองแรงขึ้นจนเนื้อขาวอวบปลิ้นทะลักเต็มฝ่ามือ ในขณะที่อีกมือก็แหย่นิ้วเข้าไปสัมผัสถูไถกับติ่งแตดเร็วขึ้น ความใคร่ที่อัดอั้นมานานเริ่มทำให้เด็กสาวหัวหมุน รู้สึกอยากสอดนิ้วมือให้ลึกกว่านี้ อยากบีบขย้ำเนื้อตัวของตนให้แรงกว่านี้ และเธอก็คงจะทำตามเสียงร่ำร้อง ของเรือนร่างวัยเจริญพันธ์อย่างแน่นอน ... หากว่าเสียงใส ๆ ของน้องสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เสียก่อน “พี่เมย์จ๋า ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ” “... เอ่อ ปะ เปล่า ... ไม่เป็นอะไรหรอก ... รีบ ๆ แต่งตัวไปโรงเรียนได้แล้ว สายแล้ว รถไฟฟ้ายิ่งคนเยอะ ๆ อยู่ด้วย” เมย์ ที่หันไปเห็นน้องสาวกำลังมองมาตาแป๋วพูดเฉไฉเปลี่ยนเรื่องด้วยความอาย เธอรีบหยิบคว้าเอากางเกงในสีขาว ลายโดราเอมอนที่แขวนอยู่ข้าง ๆ มาสวมใส่ปิดคลุมกลีบกุหลาบที่กำลังร้อนรุ่มเป็นไฟ แล้วตามด้วยยกทรงสีเดียวกัน จากนั้นจึงหยิบเอาเสื้อ และกระโปรงนักเรียนของโรงเรียนสตรีชื่อดังมาสวมคลุมปิดทับเรือนร่างของตนเองอย่างรวดเร็ว “เอ๋ ? ... พี่เมย์จะไปรถไฟฟ้าเหรอจ๊ะ ... ก็เมื่อคืนพี่เอกบอกว่าวันนี้จะไปส่งพี่เมย์ กับ มายด์ที่โรงเรียนนี่นา” “ฮึ ... พี่เอกเค้าคงไม่ว่างไปส่งพวกเราหรอก คงจะมั่วอยู่กับผู้หญิงพวกนั้นในห้องอีกนาน” เมย์ ที่ใจจริงก็อยากให้พี่ชายตัวเองไปส่ง พูดน้ำเสียงประชดด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอเองก็อยากจะไปดึงตัวพี่ชาย ออกมาจากผู้หญิงพวกนั้นจะแย่ แต่ใจเบื้องลึกก็กลัวว่าพี่ชายจะเห็นผู้หญิงพวกนั้นดีกว่า แล้วตอบปฎิเสธน้องสาว อย่างเธอ เหตนี้จึงทำให้เด็กสาวตัวน้อยไม่กล้าไปเรียกหาพี่ชาย “ก็พี่เอกสัญญาแล้วนี่นา แต่ถ้าพี่เอกยังไม่ตื่น เราก็ไปเรียกซิคะ มายด์อยากให้พี่เอกไปส่ง นะจ๊ะพี่เมย์จ๋า” มายด์ ที่เด็กกว่าและไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากมายเช่นผู้เป็นพี่ พูดเสียงใสซื่อ ซึ่งดูไปแล้วเธอไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่าผู้ เป็นพี่ชายจะปฎิเสธหากว่าเธอร้องขอ “อืมมมม ... ถ้ามายด์อยากไปกับพี่เอกมาก งั้นมายด์ก็ไปเรียกพี่เอกนะ ส่วนพี่จะไปเป็นเพื่อนเฉย ๆ ... ไปกันเลย” เมื่อสิ้นเสียง ผู้เป็นพี่สาวที่แสร้งทำท่าทางเหมือนไม่อยากรบกวนพี่ชาย ก็รีบคว้าจับมือน้อย ๆ ของน้องสาวตัวเล็กที่ ยังใส่กระโปรงสีฟ้าไม่ทันเสร็จดี แล้วลากลิ่วตรงไปยังห้องนอนของพี่ชายเร็วเสียจนผู้เป็นน้องสาวอดขมวดคิ้วสงสัย ไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่อยากให้พี่ชายไปส่ง .................................................................. เด็กสาวสองพี่น้องหยุดหันมายืนมองหน้ากันเหรอหรา เมื่อบานประตูห้องนอนของพี่ชายเปิดแง้มอยู่น้อย ๆ แถมยังมี ยกทรงลายลูกไม้สุดเซ็กส์ซี่สีดำที่เปื้อนคราบขาวเป็นหย่อม ๆ แขวนลอยอยู่ตรงลูกบิดประตูเสียด้วย อีกทั้งเมื่อตั้งใจ ฟังเสียหน่อย ก็จะได้ยินเสียงดังปั่บ ๆ ที่แว่วมาพร้อมกับเสียงร้องครวญครางอย่างเปี่ยมสุขของผู้หญิงออกมาจาก ในห้องได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว สองเด็กสาวหยุดยืนอ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่ใหญ่ แต่เป็นผู้เป็นพี่สาวที่รวบรวมความกล้าได้ก่อน ซึ่งถึงแม้จะลังเล อยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วมือน้อย ๆ ของผู้เป็นพี่สาวก็ยกขึ้นผลักบานประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ สภาพในห้องนอนของพี่ชายยามเช้ามืดนั้นค่อนข้างมืดขมุกขมัว ด้วยไม่ได้เปิดหลอดไฟนีออนเอาไว้ หากแต่ก็พอมี แสงสว่างจากแสงแดดยามเช้าตรู่ที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างสีทึบเข้ามาได้อยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่ชัดมากนัก แต่ก็เพียงพอ ที่จะทำให้สองเด็กสาวจำแนกได้ว่า มีสองร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวนอนแผ่หราอยู่บนเตียงนอนที่ตั้งอยู่กลางห้อง และอีกหนึ่งร่างของหญิงสาวที่คล้ายกำลังโก้งโค้งนอนแนบหน้าบนเบาะรองนั่งปล่อยให้ก้นขาว ๆ ที่อิงอยู่กับพนักพิง โซฟาลอยโด่งอยู่ในความมืด สองเด็กสาวใจเต้นตึกตักอย่างบอกไม่ถูก หากนั่นมิใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นกระหายใคร่รู้ เมย์ บีบกระชับมือเล็ก ๆ ของน้องสาวที่มีเหงื่อซึมเล็กน้อยจนแน่น ก่อนก้าวขาเดินข้ามกางเกงในสีสวย และ กระโปรงสีอ่อนที่วางระเกะระกะอยู่ที่พื้นก่อนตรงลึกเข้าไปยังกลางห้อง ดวงตากลมโตสองคู่เพ่งมองหนึ่งในสองร่างที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงนอน ก่อนพบว่าหนึ่งในนั้นคือพี่ฟ้า สาว หมวยท่าทางห้าว ๆ ส่วนหญิงสาวหน้าหวานผิวขาวผ่องที่นอนตะแคงอยู่ข้าง ๆ นั้นก็คือพี่ฝ้าย ที่พี่เอกบอกว่า ทำงานเป็นนางพยาบาล และ สำหรับร่างสุดท้ายที่นอนก้นโด่งอยู่ตรงโซฟา ก็คือ พี่ฝน ที่ทำงานเป็นพริตตี้นั่นเอง เมย์ แอบกลืนน้ำลายกลงคอเสียงดังเอื้อกด้วยความรู้สึกวาบหวิวเมื่อได้เห็นสภาพอันเปรอะเปื้อนไปด้วยราคีคาว ของพี่ฟ้าและพี่ฝ้าย ดวงตากลมโตกวาดไล่มองไปตามเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่โดนบีบขยี้จนมีรอยแดงจ้ำไปทั่วทั้งตัว ผมเผ้าที่เรียบสวยเป็นทรงของสองสาวบัดนี้กระเซอะกระเซิงจนยุ่งเหยิงหมดสวยไปเสียแล้ว และที่ดูจะสะดุดตา ของเด็กสาวมากที่สุด ก็คงจะเป็นแข้งขาที่นอนถ่างอ้าซ่าเปิดให้เห็นกลีบกุหลาบที่อัดแน่นไปด้วยคราบน้ำขาวข้น นั่นเอง ภาพอันวาบหวิวที่เห็นแบบเต็มตาทำเอาเด็กสาวอดไม่ได้ให้บังเกิดความรู้สึกอิจฉา จนรู้สึกคันยุบยิบตรง กลางหว่างขาขึ้นมาเสียแล้ว มายด์ เด็กสาวในวัยเพียง 11 ขวบ บีบกระชับมือของพี่สาวจนแน่น ดวงตากลมโตสดใสจับจ้องเขม็งไปยังร่าง ของหญิงสาวที่นอนก้นโด่งอยู่ตรงโซฟา ซึ่งแม้ว่าเธอจะเคยผ่านเกมกามกับพี่ชายมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อไม่กี่วันก่อน หากแต่ด้วยความไร้เดียงสาก็ทำเอาเด็กสาวรู้สึกงุนงงไม่น้อย ว่าเหตใดพี่ฝนที่เป็นพริตตี้จึงไปนอนอยู่ในท่วงท่า อันแปลกประหลาดแบบนั้น ความรู้สึกประหลาดใจบังเกิดขึ้นมาอีกเมื่อเธอสังเกตเห็นน้ำสีขาวข้นเอ่อไหลออกมา จากทางก้นจนไหลย้อยลงไปตามง่ามขาที่ห้อยเรี่ยลงไปบนพื้น และเมื่อเด็กสาวแอบคิดจินตนาการตามว่าพี่ฝน คนนั้นโดนพี่ชายของเธอทำอะไรเข้าไป เด็กสาวก็ถึงกับเกิดอาการเสียววูบจนต้องหนีบขา แล้วเอื้อมมือไปแตะ ตรงก้นตัวเองที่ซึ่งกำลังขมิบหนุบ ๆ อย่างไม่รู้ตัว “..... ซี้ดดดสสสส โอยยยยย อูววววววววววววววววววว ” เสียงที่แว่วออกมาจากทางห้องน้ำ แม้จะแผ่วเบา แต่ก็ทำเอาสองเด็กสาวที่กำลังอยู่ในภวังค์แห่งราคะถึงกับสะดุ้งโหยง อย่างพร้อมเพรียง พวกเธอหันไปมองทางต้นเสียงก่อนบีบกระชับมือที่กำลังชุ่มเหงื่อของอีกฝ่าย แล้วก้าวเดินไปพร้อมกัน ราวกับว่าเสียงนั้นเป็นมนต์สะกด เมื่อพวกเธอใกล้เข้าไป เสียงนั้นก็ยิ่งแจ่มชัดในโสตประสาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหนึ่งนั้นคือเสียงซู่ซ่าของน้ำจากฝักบัว ส่วนอีกหนึ่งนั้นคือเสียงร้องครางอย่างหฤหรรษ์ของหญิงสาว และเสียงสุดท้ายที่ดูจะกระแทกเข้ากลางใจของพวกเธอ มากที่สุด ก็คือเสียงกระแทกหนัก ๆ ดัง ตั่บ ตั่บ ตั่บ ที่กำลังดังระรัวถี่ยิบอยู่ในห้องน้ำ พลันที่ภาพปรากฎเด่นชัด หนึ่งเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นวัย 14 ปี และหนึ่งเด็กนักเรียนชั้นประถมวัย 11 ปี ต่างก็พากัน ยืนนิ่งเบิกตากลมโตมองค้างเข้าไปในห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดประตูไว้ แสงไฟนีออนที่เปิดอยู่ทำให้สองเด็กสาวมองเห็นภาพ ด้านในได้ชัดเสียยิ่งกว่าชัด ด้านในนั้นร่างเปลือยที่สวยสมบูรณ์แบบราวกับนางฟ้าของพี่หญิงกำลังกอดรัดนัวเนียเสพ สมอยู่กับร่างกำยำแข็งแรงของพี่เอกผู้เป็นพี่ชายของพวกเธออยู่อย่างดิบเถื่อนร้อนแรง ท่ามกลางละอองน้ำที่พรั่งพรูดุจสายฝนจากฝักบัวที่แขวนลอยอยู่ด้านบน ร่างบอบบางขาวเนียนกำลังโดนร่างกำยำ กดอัดติดเอาไว้กับผนังห้องน้ำ สองขาเรียวขาวเกี่ยวกระหวัดรัดอยู่รอบบั้นเอวอันแข็งแกร่งสมชาย ในขณะที่ชายหนุ่ม ก็ใช้สองมือจับและบีบยึดก้นกลม ๆ ทั้งสองข้างเอาไว้จนแน่น พร้อมกับขยับบั้นเอวตอกอัดแก่นกายเข้าใส่ร่างอันบอบ บางนั้นอย่างไม่ปราณีปราศัย “อะ โอออววววว ซี้ดดดสสสสสส ...... อูวววว ว….” พี่หญิงที่สวยสง่าดุจนางฟ้าของพวกเธอส่งเสียงครางกระเส่าตลอดเวลา ขณะที่พี่เอกก็ใช้พลังวัยหนุ่นอันล้นเหลืออัด กระแทกเอวซอยถี่ยิบเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง พร้อม ๆ กับล้วงมือบีบขยำขยี้เคล้นคลึงไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอันสวยงาม สมบูรณ์แบบด้วยกิริยาหื่นกระหายที่ไม่ต่างใด ๆ กับสัตว์ป่าเพศผู้ ความรุนแรงกระสันอันดิบเถื่อนของผู้เป็นพี่ชายใน รูปแบบที่พวกเธอไม่เคยเห็นทำให้สองเด็กสาวอดคิดด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้ว่าเรือนร่างที่สวยบอบบางของพี่หญิง นั้นอาจจะแตกหักสลายด้วยน้ำมือของพี่เอกได้ทุกเมื่อ “ซี้ดดดสสสสสส ... แรงอีก ... โออออวววว .... เกือบแล้ว ... อูวววว …โออออวววววว ... อย่าหยุดนะ ... ” ความหวาดหวั่นและกังวลของสองเด็กสาวดูราวกับเป็นเรื่องไร้สาระ เมื่อสาวสวยร่างบอบบางเอ่ยวอนขอบทรักที่ หนักหน่วงกว่าเดิมด้วยใบหน้าอันบิดเบี้ยว และน้ำเสียงอันกระเส่า อีกทั้งยังเด้งสะโพกโยกเอวตอบรับสอดประสาน กับจังหวะขยับบั้นเอวของชายหนุ่มด้วยลีลาที่สอดคล้องเข้ากันได้เป็นอย่างดีเสียอีกต่างหาก สองเด็กสาวได้แต่ยืนมองใบหน้าอันบิดเบี้ยวของหนุ่มสาวร้อนรักด้วยหัวใจที่เต้นระทึกระรัวเร็ว อารมณ์อันร้อนวูบวาบ แผ่วพริ้วซาบซ่านไปทั่วร่างมากขึ้นทุกคราที่ได้เห็นแก่นกายของพี่เอกกดอัดเข้าไปในร่างของหญิงสาว และเมื่อพี่เอก เคลื่อนไหวตัวตนรวดเร็วขึ้นราวกับเป็นเครื่องจักรที่กระหน่ำตอกย้ำความแข็งแกร่งแห่งเพศผู้เข้าใส่ร่างของพี่หญิงที่ เด้งสะโพกร่อนตอบรับอย่างไม่ยอมแพ้ อารมณ์ทางเพศของสองเด็กสาวก็ลุกโชนราวกับโดนน้ำมันเบนซินราดใส่กองเพลิง เมย์ และ มายด์ คล้ายตกอยู่ในมนต์สะกด สองเด็กสาวที่กำลังโดนอารมณ์แห่งราคะเล่นงาน เอื้อมฝ่ามือน้อย ๆ ล้วง ลงไปในกระโปรงนักเรียน แล้วสัมผัสเข้ากับกลีบกุหลาบของตนเองอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ และแม้ว่าจะมีกาง เกงในตัวน้อยปิดกั้นอยู่หนึ่งชั้น แต่ก็เพียงพอที่สัมผัสของปลายนิ้วจะทำให้สองเด็กสาวถึงกับสั่นระริก สองเด็กสาวปล่อยมือที่จับกันอยู่ออกอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ใช้ปลายนิ้วเล็ก ๆ กรีดกรายรูดไปตามร่องที่หลั่งน้ำ ออกมาจนเปียกชุ่มกางเกงใน ภาพชายหนุ่มที่กำลังบีบบี้สองเต้านมจนบี้แบน แถมด้วยการโหมกระหน่ำเข้าใส่ร่าง ของหญิงสาวอย่างหักโหมทำเอาสองเด็กสาวรู้สึกหน้ามืดตามัว ยิ่งจ้องมองภาพนั้นน้ำรักอันใสบริสุทธ์ก็ยิ่งหลั่งไหลออกมา พร้อมกับอาการบิดเกร็งที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวจนต้องหนีบ สองขาเข้าหากันจนแน่น แล้วใช้ปลายนิ้วบดบี้กับกลีบกุหลาบที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงในของตนเองให้หนักหน่วง ยิ่งขึ้น และเพียงครู่เดียวสองเด็กสาวที่มิอาจจะทานทนต่อความอยากได้อีกต่อไป ก็ถึงกับบีบขยำเต้านมของตัวเอง จากด้านนอกเสื้อนักเรียน พร้อมกับล้วงมือน้อย ๆ สอดเข้าไปในกางเกงในด้วยหวังจะสัมผัสบดบี้เข้ากับกลีบกุหลาบ ที่กำลังร้อนฉ่าให้ได้ความเสียวที่ลึกล้ำกว่าเดิม “โอววววววว …. อูววววววว …. อือออ โอววววว ไม่ไหวแล้ว …. อะ .... อ๊ายยยยย ” เสียงหวีดร้องอย่างสุขสมของพี่หญิงทำเอาสองเด็กสาวที่กำลังหายใจฟืดฟาดหยุดชะงักชั่วคราว พวกเธอเบิกตากว้าง มองดูพี่หญิงดีดเด้งตัวไปมาอย่างรุนแรงภายใต้อ้อมกอดอันแข็งแกร่งของพี่เอก สองมือและสองขาของเธอกอดรัดพี่เอก เอาไว้จนแน่น แต่กระนั้นพี่เอกของพวกเธอก็ยังคงขยับบั้นเอวโหมกระหน่ำเข้าใส่ร่างของพี่หญิงอย่างเร็วจี๋ ร่างที่กำลังบิด เกร็งเพราะความหฤหรรษ์จึงเด้งกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตลอดเวลา เมื่อร่างบอบบางของหญิงที่แอ่นเด้งด้วยความสุขสมสงบนิ่งลงจนแขนขาห้อยเรี่ย เอกก็กระแทกเอวสุดแรงเข้าใส่อีก สองสามครั้งจนร่างบางนั้นเด้งกระตุกสะท้านเฮือก จากนั้นเอกก็ถอนตัวลากเอาแก่นกายที่เป็นมันวาวออกมาจากร่าง ของหญิงอย่างรวดเร็ว ก่อนปล่อยประคองให้ร่างอันอ่อนเปลี้ยของหญิงทรุดลงไปนั่งกองอยู่บนพื้นห้องน้ำ แล้วจับเอา แก่นกายที่กำลังกระตุกหงึก ๆ ชี้จ่อไปที่ใบหน้าสวยหวาน พร้อมกับฉีดเอาน้ำรักขาวข้นกระฉูดเข้าใส่เต็มหน้าของหญิง อย่างแรง เอก เงยหน้าสูดปากกระเส่าขณะใช้มือรูดแก่นกายตัวเองจนเร็วจี๋ จากนั้นน้ำรักสีขาวข้นก็ถูกฉีดพุ่งทะยานออกมาอีก หลายระลอกจนเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าสวยใส แล้วไหลย้อยลงไปตามลำคอจนถึงเต้านมที่กำลังหอบสั่นกระเพื่อม และเมื่อน้ำรักระลอกสุดท้ายกระฉูดออกมา เอกก็จับเอาส่วนปลายของแก่นกายที่บานโร่ขยับกดปาดถูไถไปตามแก้ม ขาวเนียนใส ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกดมันเข้าไปจนเต็มริมฝีปากบางที่อ้ารออยู่แล้ว แล้วหยุดนิ่งยืนพักหอบหายใจ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยสุขสม ปล่อยให้หญิงสาวทำหน้าที่อ้าปากอมและเลียแท่งเนื้อเอาไว้จนแก้มขาวใสบวมตุ่ย โดยไม่รู้เลยว่าน้องสาววัยใสทั้งสองของตนนั้นกำลังยืนมองดูอยู่ด้วยแววตาอันแสนร้อนแรงเพียงใด .................................................................. นักศึกษาสาวสวยดีกรีดาวเด่นมหาวิทยาลัยชื่อดัง อ้าปากคายแท่งเนื้อที่ยังคงแข็งปั๋งอยู่เต็มปากออกมาจูบที่ส่วน ปลายหัวอย่างรักใคร่หนึ่งครั้ง ก่อนก้มหน้าลงไปอ้าปากงับพวงไข่ที่ห้อยเรี่ยทั้งสองลูกสลับไปมาจนชายหนุ่มที่เพิ่ง เสร็จสมถึงกับครางอูยเสียงระส่ำ เธอมองใบหน้าของชายสุดที่รักด้วยแววตาพออกพอใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นไปเอ่ย ถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอันหวานฉ่ำ “พี่เอกคะ ... พี่เอกรักหญิงหรือเปล่า” เอก ก้มหน้าลงมองใบหน้าอันสวยสดของแฟนสาวพร้อมด้วยรอยยิ้ม เพราะแม้ว่าน้ำจากฝักบัวจะช่วยชะล้าง คราบน้ำกามออกจากใบหน้าของเธอไปบ้างแล้วบางส่วน แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่เปรอะเลอะอยู่รอบปาก แก้ม และตรงใบหู กระนั้นชายหนุ่มก็เอื้อมมือลงมาขยี้ผมที่เปียกปอนของแฟนสาวอย่างรักใคร่ ก่อนดึงรั้งร่างของเธอ ขึ้นมากอดแล้วพูดตอบด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น พร้อมกับพรมจูบไปทั่วใบหน้าอันสวยหวาน “ไม่เห็นต้องถามเลย พี่เอกรักน้องหญิง รักที่สุดในโลก รักยิ่งกว่าใคร ๆ เลยรู้มั้ย” “แล้วพี่ฝ้าย พี่ฝน กับ ยัยฟ้าล่ะคะ ... พี่เอกรักด้วยหรือเปล่า” สาวสวยผลักไสใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังพรมจูบจนเธอเริ่มอ่อนระทวยให้ออกห่าง ก่อนจ้องมองลึกเข้าไปใน ดวงตาของเขาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “... อืมม .... พี่รักฝ้าย พี่ฝน แล้วก็ฟ้า เหมือนกันทั้งสามคน ... แต่จะพูดยังไงดีล่ะ .. รักแต่ก็รักไม่เท่าน้องหญิง” เอก ลังเลในคราแรกด้วยไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร แต่สุดท้ายเขาก็ตอบไปตามตรงอย่างที่ใจคิด “ปากหวานแบบนี้น่ะซิ ถึงได้มีแฟนหลายคน ... พี่เอกตอบหญิงมาตามตรงได้มั้ยคะ ห้ามโกหกนะ” “อื้ม พี่สัญญาว่าจะไม่โกหก” “นอกจาก หญิง ยัยฟ้า พี่ฝ้าย แล้วก็พี่ฝน พวกเราสี่คน พี่เอกมีผู้หญิงคนอื่นอีกหรือเปล่าคะ ?” “ก็ ... ถ้าแค่เคยมีเซ็กส์ด้วย ก็มีอีก 3-4 คน” “แค่นี้จริง ๆ หรือเปล่าคะ พี่เอก ห้ามโกหกนะ ถ้าจับได้ว่าโกหกล่ะก็หญิงจะบีบให้หักคามือเลยคอยดู” สาวสวยมองด้วยสายตาคาดคั้นหาความจริงไปพร้อม ๆ กับขู่ชายหนุ่มด้วยการล้วงมือลงจับดุ้นเอ็น แล้วบีบกระชับด้วยความแรงพอประมาณ “โอ๊ย ๆ พี่ไม่โกหกหรอกจ้ะ ... พี่พูดจริง ๆ ถ้าจะเอาให้ชัด ๆ ก็คืออีก 4 คน” เอก ยิ้มรับคำขู่ของน้องหญิงแบบขำ ๆ เขาพยายามนับไปพลาง กระแต เมย์ มายด์ แล้วก็ ปู นับได้จริง ๆ “งั้นอีก 4 คน ที่ว่านี้ เป็นแค่ความสัมพันธ์แบบชั่วคราว ค้างคืน หรือว่าแบบจริงจังคะ” “ก็ ... คนนึงคงเป็นแบบชั่วคราวเพราะเป็นเมียคนอื่น … โอ๊ย น้องหญิงอย่าหยิกซิ” “อธิบายมาซะดี ๆ หญิง รับไม่ได้นะคะ ถ้าไปยุ่งกับของคนอื่น” “จ้า จ้า คือว่าตอนนั้นมันเป็นเรื่องสุดวิสัยน่ะ ต่างคนต่างก็ไม่มีสติรู้ตัว แฟนของเค้าก็อยู่ในเหตการณ์ด้วย แต่เราก็ควบคุมตัวเองกันไม่ได้ อืม ตอนนั้นฝ้ายก็อยู่ด้วย ถ้าไม่เชื่อไปถามฝ้ายก็ได้” เอก นึกไปถึงเหตการณ์ที่เขาได้ร่วมรักกับปู ผู้เป็นภรรยาของนายเก่ง ตอนที่เขาปราบผีที่โรงพยาบาลที่ ฝ้ายทำงานอยู่เมื่อหลายวันก่อน ซึ่งเขาทำตามที่พูดไว้ ไม่พูดโกหก บอกแต่ความจริง ยกเว้นก็แต่เรื่องที่ว่า มีเซ็กส์กันเพราะโดนผีสิง “พี่ฝ้ายก็อยู่ด้วยเหรอ อืม ... แต่ไม่รู้ตัวก็แสดงว่าเมาล่ะซิ พี่เอกหญิงไม่อยากให้พี่เอกไปยุ่งกับแฟนคน อื่นนะคะ พี่เอกสัญญาได้มั้ย ว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก” “จ้ะ สัญญาจ้ะ” เอก พูดประเหลาะเสียงหวานพร้อม ๆ กับจูบหอมพรมไปทั่วหน้าน้องหญิง ก่อนที่อีกฝ่ายจะแสร้งทำหน้า บึ้งตึงแล้วผลักหน้าของเอกออกมา “พี่เอก ไม่ต้องประจบเลย เรื่องยังไม่จบ ... แล้วอีกสามคนที่เหลือล่ะ ยังไง” “อีกคนนึงก็เป็นเรื่องสุดวิสัยเหมือนกัน ตอนนั้นพี่อยู่ที่หอพัก แล้วเขาก็วิ่งหลบผู้ชายเข้ามาในห้องเพราะ รู้ตัวว่าโดนวางยาปลุกเซ็กส์เพื่อพาไปรุมโทรม ... ตอนนั้นจะออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ เพราะพวกนั้นเดินหา กันอยู่ข้างนอก ... แล้ว ... พออยู่ในห้องกับพี่สองคนเขาก็ออกอาการ พี่ก็อดใจไม่ได้อยากช่วยเขาน่ะ” เอก นึกไปถึงตอนที่เขากับกระแตมีอะไรกัน และก็แน่นอน เขาไม่ได้โกหก เพราะเขาก็แค่ไม่พูดถึงรักยม ที่ช่วยดลบันดาลเหตการณ์ให้เกิดขึ้นก็เท่านั้น “ฮึ ท่าทางจะช่วยไปหลายครั้งล่ะซิ แล้วยังไงคะ คนนี้ผูกพันธ์หรือเปล่า” “คนนี้ไม่รู้ซิ ... หลังจากนั้นเราก็มีอะไรกันอีกครั้ง แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย น่าจะไม่ผูกพันธ์นะ” เอก เพิ่งนึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน ว่ากระแตก็ให้เบอร์ติดต่อกับเขาไว้ แถมครั้งล่าสุดก็อุตส่าห์ยอมเป็นฝ่าย มาหาเขาถึงห้อง ซึ่งนั่นก็บอกชัดอยู่แล้วว่าเธอคิดผูกพันธ์กับเขาแค่ไหน แต่เป็นเขาเองที่แทบไม่เคยนึกถึง หรืออยากจะสานสัมพันธ์กับดาราสาวนมโตคนนั้นให้ไปไกลกว่าเดิมเลย หากจะให้พูดตรง ๆ ล่ะก็ สำหรับ เขาแล้ว กระแต ก็คล้าย ๆ กับผู้หญิงที่เขาแค่อยากจะมีอะไรด้วย แล้วก็จบกันไปแค่นั้น “งั้นอีกสองคนล่ะ” “สองคนนี้ ... คงต้องเรียกว่าผูกพันธ์ ... พี่เจอเพราะเขาไม่มีใคร ก็เลยต้องมาเสนอขายตัวเองแลกเงิน” เอก นึกไปถึงสองน้องสาวอย่างเมย์และมายด์ ที่เขามีความสัมพันธ์เป็นทั้งพี่ชายแท้ ๆ รวมทั้งยังเป็นผู้ชาย คนแรกของพวกเธอด้วย เขานึกไปแล้วก็ทำให้ตัวเองอดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่เขาอดใจไม่ไหวย่ำยีความบริสุทธ์น้อง สาวทั้งสองคนของตัวเองจนป่นปี้ แววตาของเขาจึงสลดลงเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้หญิงที่แอบสังเกตเห็นหยุด ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะโผเข้าไปกอดซุกร่างของเขาแล้วเอ่ยเสียงหวานฉ่ำ “เรื่องในอดีตเป็นยังไงก็ช่างเถอะค่ะ ขอให้พี่เอกรักหญิง หญิงรักพี่เอกก็พอแล้ว … แต่ หญิงขออะไรพี่เอก อย่างนึงได้มั้ยคะ” “ได้ซิ น้องหญิงสุดที่รักจะขออะไรพี่เอกก็ให้หมดนั่นแหละ” “หญิง อยากจะขอให้พวกเรามีกันแค่นี้ มีแค่หญิง ยัยฟ้า พี่ฝ้าย พี่ฝน แค่สี่คน แล้วก็จะรวมผู้หญิงอีกสี่คน ที่พี่เอกเคยมีอะไรด้วยก็ได้ ถ้าพวกเขายอมรับการอยู่ร่วมกันแบบผู้ชายคนเดียวได้ หญิงไม่ว่านะคะถ้าพี่เอก จะแอบไปเที่ยวเล็กเที่ยวน้อยนอกบ้านบ้างบางครั้ง แต่ความผูกพันธ์แบบต้องรักต้องดูแล หญิงขอให้พวก เรามีกันแค่นี้ พี่เอกจะรับปากได้มั้ยคะ” หญิงสาวถามต่อด้วยคำถามที่คงไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกคิดว่าจะมีผู้หญิงคิดแบบนี้ การยินยอมให้ผู้ชาย ที่ตัวเองรักมีผู้หญิงอื่นได้ ต้องเรียกว่าผู้ชายคนนั้นช่างโชคดีมหาศาลแล้ว แถมนี่ยังยอมให้เขาแอบไปเที่ยว เล็กเที่ยวน้อยแบบไม่มีพันธะได้บ้างด้วย ซึ่งเอกเองก็รู้สึกงุนงงไม่น้อย แต่เขาก็รู้ดีว่าความคิดนี้น่าจะเป็น เพราะผลจากเสียงเพลงแห่งมนตราที่นางตะเคียนได้เสกสรรค์เอาไว้ให้เมื่อค่ำคืนก่อน “พี่รับปากจ้ะ พี่จะมีแค่นี้ ไม่มากกว่านี้แล้ว” “พี่เอก รับปากนะคะ ว่าจะดูแลพวกเราให้ดีที่สุด ห้ามทิ้งขว้างใครแม้แต่คนเดียว หญิงไม่อยากให้มีผู้หญิง ต้องเจ็บช้ำเพราะพี่เอก ผู้หญิงที่ถูกคนที่ตัวเองรักทอดทิ้งน่าสงสารแค่ไหนรู้มั้ยคะ” “พี่รับปากจ้ะ พี่จะดูแลทุกคนอย่างดี โดยเฉพาะน้องหญิงพี่จะดูแลมากเป็นพิเศษเลย” “แล้วก็ พี่เอกจะมีแค่นี้ ไม่มีมากกว่านี้แน่ ๆ นะคะ พี่เอกสัญญากับหญิงใช่มั้ย” “พี่สัญญา ถ้าผิดคำสัญญาขอให้พี่ไม่ตายดี ขอให้ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดไม่ได้ ... อุ๊บ” ชายหนุ่มให้คำสัญญาอย่างหนักแน่น แต่ยังไม่ทันจบสาวสวยก็ขยับมากอดรอบคอของเขาเอาไว้ พร้อม กับประทับริมฝีปากบางลงบนปากของเขา รสจูบอันหอมหวานที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวทำเอาเขาถึงอึ้ง ไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหวานฉ่ำ “ไม่เอาค่ะ ... อย่าแช่งตัวเองแบบนั้น ... หญิงขอแค่ให้พี่เอกรัก และอยู่ดูแลหญิงตลอดไป ไม่ทอดทิ้งหญิง แค่นี้ก็พอ สัญญานะคะ” “พี่สัญญา พี่รักน้องหญิงมากที่สุดในโลกเลย” เอก ตอบอย่างหนักแน่นที่สุด แล้วก้มลงไปจูบซุกไซร้ที่ซอกคออันขาวเนียน พร้อมกับแอ่นเอวเบียดท่อนเอ็น ที่แข็งตัวโด่เข้ากับหน้าท้องอันเรียบเนียนของน้องหญิง ด้วยลีลาที่บอกว่าพร้อมจะลั่นกลองรบอีกครั้ง “พี่เอกบ้ากาม ... ทำจนพวกเราสี่คนระบมไปหมดแล้วพี่เอกยังไม่หมดแรงอีกเหรอคะ ... อุ๊ยยย อืมมมม” น้องหญิงบ่นอุบอิบแต่ก็แอ่นเอียงคอเปิดทางให้ชายหนุ่มเชยชมแต่โดยดี “ก็ใครใช้ให้น้องหญิงสวยเซ็กส์ซี่ แถมยังนมโต อย่างนี้ล่ะ พี่เห็นทีไรก็อยากกินทุกทีเลย ขออีกรอบนะ” “อูยยยย หญิงระบมไปหมดแล้วนะคะ รวมเมื่อวานด้วยพี่เอกก็ทำไปตั้งหลายสิบรอบแล้วนะ แล้วนี่เดี๋ยว ต้องไปส่งน้องเมย์ กับน้องมายด์ไปโรงเรียนด้วยไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก … อุ๊ยย อืมมม อึ๊ยยย มะ ไม่เอา ซี้ดดดสสสสส อย่าซนซิคะ” “ข้างหน้าระบม งั้นก็ขอทางด้านหลังซักรอบนะ เสร็จแล้วค่อยไปส่งก็ได้ นี่มันยังเช้าอยู่เลย” ภายใต้ฝักบัวอาบน้ำ เอก จับร่างน้องหญิงหันหลังให้ ก่อนจับให้ยืนโก้งโค้งแล้วเอาแท่งเนื้อไปกดแช่ที่ บริเวณรูก้นอันฟิตแน่น พร้อมกับดันเข้าไปโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อิดออด และด้วยความ ช่ำชองมากลีลา เขาใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ดันจนแท่งเนื้อดุ้นใหญ่ผลุบหายเข้าไปในรูก้นของน้อง หญิงจนหมดเสียแล้ว “อูยยยยยย พี่เอกอ่ะ ชอบแกล้งเค้า ซี้ดดสสสส ... แน่นจัง.... งั้น อะ ... อีกครั้งเดียวพอนะคะ บ่ายนี้ หญิงมีเรียนด้วย อื๊อออ แล้วคืนนี้ต้องกลับบ้านไปอ่านหนังสือสอบเก็บคะแนนพรุ่งนี้อีก.... ซี้ดดสสสส .... พี่เอก ... หญิงเสียว ... อูยพี่เอกกกกก ” หญิงสาวสะดุ้งเฮือกร้องครางเสียงดังด้วยโดนเขาจู่โจมทีเดียวเสียจนมิดลำ และแม้ว่าจะผ่านเกมกาม กับเขามาไม่น้อย อีกทั้งยังมีเรื่องคาใจสงสัยว่าผู้หญิงที่เหลือที่มีสัมพันธ์สวาทกับพี่เอกคือใคร หากแต่ ทุกคราที่โดนเขาเล้าโลม ร่างกายของเธอก็ไม่เคยเลยที่จะปฎิเสธความต้องการได้ ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นเช่นเคย เพียงครู่เดียวอารมณ์ของเธอก็คุโชนจนต้องเด้งสะโพกโยกเอวเข้ารับการกระเด้าของเขาเสียแล้ว ท่าที่โดนเขาสอดใส่มาจากด้านหลังเป็นอีกท่าหนึ่งที่เธอโปรดปราน เพราะนอกจากจะโดนแหย่สัมผัสจุดเสียว ที่ซ่อนเร้นและเข้าถึงได้ยากจากทางด้านหน้าแล้ว ในท่วงท่านี้เขายังมีอิสระที่จะบีบขยำเคล้นคลึงเต้านมของ เธอได้อย่างเต็มที่เสียด้วย ความเสียวที่จู่โจมถึงใจทำเอาเธอถึงกับต้องสะบัดหน้าไหวไปมา หากแต่เมื่อเธอ กวาดสายตามองที่หน้าประตูห้องน้ำ เธอก็พบว่าที่ตรงนั้นมีเมย์ และมายด์ กำลังยืนมองอยู่ น้องหญิงชะงักท่วงท่าที่เด้งรับแรงกระแทกด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ แต่เมื่อมองดูดี ๆ เธอก็พบว่าเธอไม่ได้ตา ฝาด เธอเห็นน้องเมย์ และน้องมายด์ สองน้องสาวของเอก กำลังยืนมองฉากรักของเธออยู่ที่หน้าประตูห้อง น้ำจริง ๆ แถมที่สำคัญ เด็กสาวทั้งสองคนไม่ได้ยืนมองเฉย ๆ เสียด้วย เพราะพวกเธอกำลังล้วงมือยุกยิก ลงไปในกางเกงใน ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าสองเด็กสาวกำลังช่วยตัวเองอยู่ ทันทีที่สองเด็กสาวรู้สึกว่าตัวเองโดนมอง พวกเธอสองคนก็ชะงักแล้วก็รีบแจ้นหายไปทันที ซึ่งน้องหญิงก็ทำ ท่าจะบอกให้เอกรับรู้ แต่ว่าเอกกลับโหมเร่งจังหวะกระเด้าเข้าใส่หนักหน่วงรุนแรงเสียจนเธอพูดอะไรไม่ออก นอกจากได้แต่ร้องครางออกมาสุดเสียง และด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาทั้งค่ำคืน เมื่อเธอโดนเขากระ เด้าจนเสร็จไปอีกหนึ่งรอบ เธอก็ถึงกับสลบเหมือดคาดุ้นเอ็นของเขาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโดนเขาเช็ดตัวจนแห้ง และอุ้มไปนอนบนเตียง แล้วออกไปส่งสองน้องสาวตอนไหน .................................................................. เอก ขับรถฝ่าแสงแดดยามเช้าไปพลาง ก็ผิวปากไปพลางด้วยอารมณ์ที่รู้สึกดีแบบสุด ๆ ก็จะมีผู้ชายสักกี่คน เล่าที่จะสามารถเสพสุขกับหญิงสาวสุดสวยมากถึงสี่คนได้พร้อม ๆ กัน แถมน้องหญิงที่เขารักที่สุดก็ยังเปิด ใจยอมรับผู้หญิงคนอื่นของเขาด้วย นั่นก็หมายความว่าเขาอาจจะลองคุยกับกระแต ดาราสาวนมโตให้มาเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขาด้วยก็ได้หาก ว่าเธอยินยอม ส่วนปูแฟนของเก่งคงไม่ต้องนับ เพราะเขาไม่อยากไปยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นอยู่แล้ว แต่ที่ดู จะเป็นปัญหาก็คงเป็นสองสาวที่เหลืออย่างน้องเมย์ และน้องมายด์ เพราะเขาเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง ที่ทำตัว ผิดจารีต มีสัมพันธ์กับสวาทกับน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แถมยังเข้าข่ายตาแก่หัวงูหลอกเด็กอีก ชายหนุ่มเคยคิดอยากหยุดความสัมพันธ์ของเขากับสองน้องสาวให้เป็นเพียงแค่พี่น้อง แต่ก็นั่นแหละ มันคงเป็นได้แค่ความคิด เพราะว่ากลิ่นตัวอันหอมอ่อน ๆ ที่ลอยฟ่องอยู่ในรถ และกิริยาท่าทางที่แอบ ยั่วยวนสุดฤทธ์ของสองน้องสาวที่นั่งอยู่ในรถด้วยกัน กำลังทำให้อารมณ์ของเขาตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เสียแล้ว เริ่มด้วย เมย์ ในชุดนักเรียนที่นั่งอยู่เบาะหลังด้านซ้าย เธอพยายามมองสบสายตากับเขาผ่านทาง กระจกเงามองหลังแทบจะตลอดเวลา แถมยังแกล้งยกท่อนขาขาวอวบสลับขึ้นลงไปมาจนกระโปรง นักเรียนลายขยับร่นไปมา แล้วกางเกงในตัวน้อยก็โผล่แวบออกมาให้เห็นเป็นระยะ แถมพอสักระยะเด็กสาวก็จะแกล้งบ่นว่าร้อน แล้วก็แกล้งยกชายเสื้อนักเรียนขึ้นไปด้านบนเพื่อ รับลมแอร์ แต่ที่ดูเหมือนจะตั้งใจมากไปหน่อยก็เป็นเพราะว่าบางครั้งเด็กสาวหน้าใสวัยมัธยม คนนี้เล่นเลิกเสื้อขึ้นไปซะจนสองเต้าที่ขาวอวบไม่แพ้เด็กมหาลัยเด้งออกมาโชว์ตัวเลยทีเดียว “ไม่ได้ส่งเมย์กับมายด์ไปโรงเรียนตั้งหลายวัน พอมาส่งวันแรกก็มีเด็กเป็นโรคระบาด ประกาศ หยุดกระทันหันซะงั้น ... เอาไงดีล่ะเรา อยากไปเที่ยวไหนกันมั้ย หรือจะกลับคอนโดดี” เอก แทบไม่มีสมาธิขับรถมากนัก แต่เขาก็ยังคงแสร้งทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ชายหนุ่มแสร้งทำเสียง นิ่ง ๆ ร้องถาม เมย์ ที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง หากแต่ไม่มีเสียงตอบ เพราะน้องสาวคนสวยในชุดเครื่อง แบบนักเรียนโรงเรียนสตรีชื่อดังเพียงหันมามองสบตากับเขาด้วยสายตาเว้าวอน ซึ่งไม่ต้องแปล ความหมายให้มากความผู้เป็นพี่ชายอย่างเขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าน้องสาวที่แสนน่าเอ็นดู ของเขาต้องการอะไร ‘... เมย์อยากโดนพี่เอกเอา ... ‘ เมย์ พูดตอบน้ำเสียงแผ่วเบาจนเหมือนพูดกับตัวเอง ด้วยเกรงว่ามายด์จะได้ยินเข้า ซึ่งตอนนี้เด็ก สาวกำลังรู้สึกหงุดหงิดจนแทบบ้า อยากให้พี่เอกของเธอช่วยเธอที่นี่เดี๋ยวนี้เลย แต่ว่าเธอจะทำ อย่างไรได้เล่าในเมื่อเธอกำลังอยู่บนท้องถนนที่มีผู้คนมากมาย แถมที่สำคัญยังมีน้องสาวตัวเอง เป็นก้างขวางคออยู่ในรถอีกด้วย เด็กสาวจึงได้แต่เก็บความต้องการที่มากล้นเกินวัยเอาไว้เงียบ ๆ เพียงคนเดียว “มายด์หลับเหรอ ?” เอก หันไปมองน้องมายด์ที่หลับตาพริ้มนิ่งจนดูเหมือนจะนั่งหลับอยู่บนเบาะด้านข้างคนขับ แต่เมื่อ เขาหันหน้าเอามือไปลูบศรีษะน้อย ๆ ของมายด์ เด็กสาวก็แอบชำเลืองลืมตาขึ้นมองเขาด้วยสายตา อันเว้าวอนที่ไม่ต่างจากเมย์ผู้เป็นพี่สาว และเขายังพบว่ากระโปรงนักเรียนของน้องสาวคนเล็กนั้น ตอนนี้ร่นมากองอยู่ด้านบนจนเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าน้องสาวตัวน้อยกำลังแอบใช้ปลายนิ้วอันเรียว เล็กกดคลึงลงบนเป้ากางเกงในของตัวเองอยู่อย่างแผ่วเบา ชายหนุ่ม แอบกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นพวกโลลิค่อน หรือพวกที่รักเด็ก อีกทั้งเขายังเป็นพวกต่อต้านการมีสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย แต่เขาก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าน้องสาวของเขาทั้ง สองคนนั้นช่างมีเสน่ห์เย้ายวนเกินห้ามใจจริง ๆ โดยเฉพาะน้องเมย์ ที่แม้จะเพิ่งมีอายุแค่ 14 แต่เด็กสาวกลับมีร่างกายที่อวบอิ่มเกินตัวไม่แพ้เด็กมหาลัย หลาย ๆ คนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหน้าอกที่กำลังเต่งตูมจนดันเสื้อนักเรียนคอซองออกมาเป็นก้อนกลม หรือจะเป็นรูปร่างที่อวบอัดน่าฟัดกำลังดี ซึ่งเรียกได้ว่าเสน่ห์ของน้องสาวคนกลางของเขา ไม่แพ้หญิงสาว ที่โตแล้ว อย่างฟ้า ฝน หรือฝ้ายเลย แม้ว่าอาจจะยังด้อยกว่าเสน่ห์ของน้องหญิงอยู่บ้างก็ตามที ส่วนน้องมายด์ที่เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 11 ขวบ ก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป มายด์ไม่ได้มีสัดส่วนโค้ง เว้าเย้ายวนใจแบบสาวรุ่นเพราะเธอยังเด็กเกินไป แต่กระนั้นใบหน้าที่สวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาตัวน้อย ผนวกกับผิวที่ขาวสะอาดสะอ้าน น้ำเสียงที่ออดอ้อนออเซอะน่ารัก และความใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ก็คล้ายกับสิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นชายของเขาให้รู้สึกอยากขยี้และลิ้มลองรสชาติของ เด็กสาวคนนี้อยู่บ้างไม่น้อย และที่ดูจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นน่าค้นหาที่สุด ก็คือเขาอยากรู้ว่าน้องมายด์ ที่เพิ่งจะเป็นเหมือนดอกไม้ตูม จะผลิบานออกมาเป็นหญิงสาวที่สวยเด่นได้ขนาดไหน สิ่งเดียวที่ดูจะคาใจที่สุดในการมีสัมพันธ์กับเด็กสาวทั้งสองคน ก็คือความจริงที่ว่าพวกเธอทั้งสองคน เป็นน้องสาวที่มีแม่คนเดียวกันกับเขา หรือก็คือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขานั่นเอง และนั่นเป็นความสัมพันธ์ ที่ดูเหมือนจะต้องห้ามในทุกสังคม ซึ่งเขาก็คงหักห้ามใจตัวเองได้ดีกว่านี้หากว่าเขาไม่พลั้งเผลอมีสัมพันธ์ สวาทกับน้องสาวทั้งสองคนไปเสียแล้ว ‘คิดมากเรื่องกะไรไปเล่า ในเมื่อเจ้าเริ่มแล้วไม่อาจทิ้งขว้างได้ ก็ควรจะดำเนินต่อให้จบจึงจะถูกไม่ใช่ หรือไร หากปล่อยน้องสาวของเจ้าทิ้งขว้าง คงน่าสงสารไม่น้อย’ เสียงทางจิตที่น้องสาวทั้งสองคนไม่ได้ยิน มาพร้อมกับร่างวิญญาณสีเขียวของนางตะเคียนที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่วูบออกมาจากทางด้านขวามือ จนเขาเกือบตกใจเหยียบเบรคหัวทิ่มไปเสียแล้ว ‘โธ่ พี่ตะเคียน เอ้ย พี่แก้ว จะโผล่มาก็ให้เสียงกันหน่อยซิ’ ‘ข้าชื่อแก้วกานดา มิได้ชื่อแก้วเสียหน่อย’ ‘โธ่ ก็เรียกสั้น ๆ แทนไงล่ะ เรียกแก้วกานดา มันยาวไป เรียกแก้วสั้น ๆ ก็พอแล้ว ชื่อเพราะดีออก พี่แก้ว’ ‘ฮึ เอาเถอะ เจ้าอยากเรียกว่ากะไรก็จงเรียกไป แต่หากจะให้ดีเรียกหาข้าเป็นที่รัก ก็คงเสนาะหูไม่น้อย’ ‘โธ่ โธ่ โถ ยัยป้าตะเคียนมหาภัย พ่อเอกเขาไม่เรียกว่า แกรนด์มัม ก็บุญแล้ว นี่ริจะเป็นที่รัก’ เสียงทางจิตสองเสียงแว่วขึ้นมาขัดคอจนนางตะเคียนหน้าเสีย พร้อม ๆ กับร่างวิญญาณสีเขียวของรักยม อีกสองร่างที่ลอยวูบจากด้านหลังคนขับโผล่มาทางด้านซ้ายมือของเอก ซึ่งท่าทางของสองเด็กน้อยดูจะ คึกคักไม่น้อยหลังจากแอบไปนอนหลับฟื้นฟูพลังมาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ ‘ไอ้พวกเด็กจอมซน ข้าไม่ได้เป็นป้าของพวกเจ้า แล้วไอ้เจ้าแกรนด์มง แกรนด์มัม นั่นมันอะไรข้าไม่รู้เรื่อง’ ‘โถ ๆ แก่เหนียงยานแล้วก็งี้แหละ ไม่รู้จักภาษาปะกิตกับเขาบ้างเล้ย แกรนด์มัม ก็แปลว่ายายแก่แร้งทึ้ง ไงล่ะ แบร่ ๆ ฮ่า ๆ’ ‘หนอยยย ไอ้เด็กพวกนี้ เดี๋ยวเหอะ … แม่จะจับถ่วงหม้อลงคลองแสนแสบเสียให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด’ สิ้นคำต่อล้อต่อเถียงร่างวิญญาณของนางตะเคียนก็พุ่งวูบเข้าหาสองเด็กน้อยรักยม ซึ่งสองร่างรักยมก็ เผ่นฉิวลอยหนีวนไปวนมาอยู่ในรถพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาเข้าใส่อย่างคึกคะนอง ร่างวิญญาณสามร่าง จึงวนเวียนทะลุผ่านร่างเนื้อของ ชายหนุ่ม และสองเด็กสาวรอบแล้วรอบเล่าอย่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้า สำหรับเมย์ และมายด์ที่มองไม่เห็นและสัมผัสวิญญาณไม่ได้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ว่าเอกที่สัมผัสได้นี่ซิ มันเหมือนกับว่าในรถกำลังเกิดสงครามโลกขึ้นยังไงยังงั้น เขาถึงกับต้องรีบชะลอรถแล้วขับเข้าข้างทาง เพราะกลัวว่าจะขับไปชนคนอื่นเขาเข้า ‘โอ๊ย ๆ หยุด ๆ รักยมหยุด พี่แก้วหยุด พอที เดี๋ยวก็ขับรถชนตายกันพอดี’ สิ้นเสียงตวาดทางจิต รักยม และนางตะเคียนก็ยอมหยุดลอยอยู่นิ่ง ๆ ในรถแต่โดยดี แต่ต่างฝ่ายต่างก็ยังคงมอง เขม่นหน้าหาเรื่องแบบไม่มีใครยอมใครอยู่เหมือนเดิม ‘ฮึ สู้แพ้ข้าเพียงครั้งเดียว ก็ผูกใจเจ็บแค้นเสียแล้วรึ เด็กน้อยเสียจริง ๆ ‘ ‘ยัยป้ามหาภัย ตอนนั้นแพ้เพราะโดนโกงใช้สายสิญจน์ต่างหากล่ะ ลองมาสู้ใหม่ตอนนี้ซิ ยอมต่อให้ครึ่งควบลูกเลย’ ‘งั้นก็ตอนนี้เลยเป็นไงเล่า อ้ายพวกเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม’ ‘มาเลย ยัยป้าแก่แร้งทึ้ง เดี๋ยวรักยมจัดให้’ ‘โอ้ยยยย พอ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หยุด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ’ สงครามสงบได้เพียงแค่ครู่เดียวก็เกิดสงครามน้ำลายขึ้นมาอีกจนเอกถึงกับปวดหัวตึ้บ เลยต้องส่งเสียง ตะโกนทางจิตออกมาดังกว่าเดิม หากแต่คราวนี้เขากลับพบว่านอกจากเสียงทางจิตแล้ว ยังมีแรงกดอากาศ ที่แผ่กระจายออกมาด้วยแรงสั่นสะเทือนนั้นทำเอารักยมและนางตะเคียนถึงกับสะดุ้ง แถมยังรวมไปถึงน้อง เมย์ และน้องมายด์ ที่ต่างก็พากันสะดุ้งขึ้นมามองดูเพราะนึกว่ารถไปชนอะไรเข้าหรือเปล่า “รถชนเหรอคะ พี่เอกขา” มายด์ที่แกล้งหลับไปพลาง พร้อมกับใช้ปลายนิ้วแอบช่วยตัวเองไปพลาง ลุกพรวดขึ้นมามองรอบ ๆ ตัวด้วย ความตื่นตกใจ ซึ่งเมย์ที่กำลังนั่งหนีบขาอยู่ตรงเบาะหลังก็ลุกพรวดขึ้นมามองซ้ายมองขวาเช่นเดียวกัน “เอ่อ เปล่า ๆ ไม่มีอะไร สงสัยรถตกหลุมน่ะ เดี๋ยวพี่แวะเติมน้ำมันก่อนนะ เมย์ กับ มายด์ ลงไปเดินเล่นซื้อ ขนมกินกันก่อนล่ะกัน เดี๋ยวพี่ตามไป” เอก เองก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยขับรถเข้าไปในปั๊มน้ำมันที่อยู่ข้างหน้าพอดี ส่วนสองเด็กสาวที่กำลังมี อารมณ์จนกางเกงในเปียกชุ่ม แม้จะไม่อยากอยู่ห่างจากพี่ชายสุดที่รักสักเท่าไหร่ แต่พวกเธอต่างก็คิดตรง กัน ว่าหากได้ขนมหวาน ๆ มาเคี้ยวเล่นเสียหน่อย ก็อาจจะทำให้พวกเธออารมณ์ดีขึ้นบ้างก็ได้ สองเด็กสาว จึงยอมลงไปจากรถแต่โดยดี ............................................................................ “เอาล่ะ ทีนี้ก็บอกมาซะดี ๆ ว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ?” เอก ที่อยู่ในรถคนเดียวปั้นหน้าเครียด ก่อนพูดถามออกมาแทนการสื่อสารทางจิต เพราะเขาเองก็รู้สึกว่าแรง กดดันเมื่อครู่นี้ น่าจะมีสาเหตมาจากตัวเขาเอง ซึ่งนางตะเคียนก็ตอบกลับมาแทบจะทันทีเหมือนว่ารอให้คำ ตอบอยู่แล้ว ‘มิจำเป็นต้องหวาดกลัวหรอกเจ้าหนุ่มน้อย นี่เป็นเพียงเรื่องธรรมดาของหมอผีที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ที่หากควบ คุมสมาธิมิได้ ก็อาจจะพลั้งเผลอปลดปล่อยพลังออกมาภายนอกบ้างเป็นครั้งคราว’ ‘แล้วมันจะทำอันตรายกับใครหรือเปล่า แล้วเมื่อไหร่ผมจะบังคับพลังตัวเองได้ล่ะ เห็นมีแต่ให้ฝึกนั่งสมาธิแค่ วันละสองสามชั่วโมง แล้วก็ฝึกใช้คาถาแค่ไม่กี่บทเอง’ เอก เปลี่ยนมาสื่อสารด้วยกระแสจิตอีกครั้งเมื่อรู้สึกสบายใจขึ้น หากแต่สีหน้าก็ยังคงมีเค้าของความเคร่งเครียด และกังวลแฝงอยู่บ้าง ‘อย่าได้ร้อนใจเกินไปเจ้าหนุ่มน้อย เจ้าอาจจะมิได้รู้ตัว แต่จงรู้ไว้เสียเถิด ว่าตัวเจ้านั้นกำลังฝึกฝน และกล้าแกร่ง ขึ้นอยู่ทุกเพลา’ ‘…. ฝึกฝนอะไร เมื่อไหร่ ?’ ‘ข้าเคยกล่าวให้ฟังแล้วใช่หรือไม่ ว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ริจะเรียนรู้มนตราคาถา ต้องสั่งสมพลังเวทย์ด้วยการบำเพ็ญ เพียรสะสมตบะบารมี ซึ่งนั่นเป็นการสั่งสมพลังโดยเริ่มจากไม่มี แต่เมื่อบำเพ็ญตบะไปเรื่อย ๆ ก็จะยิ่งได้พลังเวทย์ ผนวกผสานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อยิ่งบำเพ็ญตบะมากเพียงไร ก็จะยิ่งมีพลังเวทย์สะสมมากเท่านั้น’ ‘เรื่องนี้ก็เคยบอกอยู่หรอก แต่ก็ไม่เห็นจะให้ผมบำเพ็ญตบะอะไรนั่นเลยนี่นา’ ‘นั่นก็เพราะเจ้าแตกต่างไงเล่า เจ้าหนุ่มน้อย … ตัวเจ้าในเพลานี้มิมีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องสั่งสมพลังเพิ่ม อีกต่อไป เพราะเจ้านั้นได้ครอบครองไว้แล้วซึ่งพลังแห่งเวทย์ที่มากมายมหาศาลจนมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าหมอผี ใด ๆ แต่กระนั้นพลังที่เจ้ามีก็ยังมีมากเกินไป หยาบเกินไป และกระด้างเกินไป พลังนั้นจึงยังมิได้ผสานเข้ากับ กายละเอียดของเจ้ามากเท่าใดนัก เจ้าเองก็สัมผัสได้ใช่หรือไม่ พลังมหาศาลที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกาย พลัง ที่ยังอยู่เหนือการควบคุมของเจ้า’ ‘อืมมมมม ….’ ชายหนุ่มพลิกมือของตัวเองไปมาอย่างพินิจพิเคราะห์ และก็เป็นอย่างที่นางตะเคียนบอกเอาไว้ เมื่อใดก็ตามที่เขา พยายามตั้งจิตสัมผัส เขาก็จะสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งพลังที่กำลังไหลวนเชี่ยวกรากอยู่ภายในร่าง กระแสพลังที่เขา ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะควบคุมมันได้อย่างไร ‘ด้วยเหตนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเจ้า จึงมิใช่การบำเพ็ญตบะ สร้างเสริมพลัง หากแต่เป็นการซึมซับและผสาน พลังที่มีให้เข้ากับกายละเอียดของเจ้าให้มากที่สุด ดั่งที่อ้ายเจ้าเด็กน้อยรักยมทั้งสองได้ปล่อยให้เจ้ากระทำมาตั้งแต่ ต้นอย่างไรเล่า’ เมื่อนางตะเคียนชี้แจงเสร็จสรรพ ก็ลอยวูบถอยไปนั่งที่เบาะหลัง เหมือนจะสื่อว่าหมดหน้าที่ที่เธอต้องอธิบายแล้ว ‘หือ ... มายความว่ายังไง รักยม ?’ เอก หันหน้าไปมองร่างวิญญาณของสองเด็กน้อยรักยมที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่นางตะเคียน ‘ก็อย่างที่ป้าตะเคียนบอกนั่นแหละจ้ะพ่อจ๋า ตั้งแต่พ่อได้พลังมา พวกเราก็ช่วยให้พ่อได้ซึมซับพลังตามแบบที่ เหมาะสมกับตัวพ่อนั่นแหละจ้ะ’ ‘แบบไหน ?’ ‘ถ้าเป็นสายพุทธ ก็ต้องถือศีลปฎิบัติธรรม ยิ่งทำให้จิตใจสะอาดก็จะยิ่งซึมซับพลังสายขาวได้มากขึ้น แต่สำหรับสาย ไสยเวทย์ก็จะเป็นไปตามหลัก อาสวกิเลส คือ ราคะ โลภะ โทสะ และ โมหะ ยิ่งทำให้เกิดกิเลส ก็ยิ่งซึมซับพลังสาย มืดได้มากตามไปด้วย อย่างในสมัยก่อนเมื่อนานมาแล้วก็มีคนที่ไล่ตัดนิ้วคนอื่น สร้างความเกลียดชัง และความหวาด กลัว เพื่อให้เกิดกระแสกิเลสแห่งโทสะและโมหะ แล้วนำมากลั่นกรองพลังเวทย์ให้เป็นของตัวเอง’ ‘ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ … ราคะ ?’ เอกพูดทวนอย่างงง ๆ คำพวกนี้ฟังดูคุ้นหูอยู่บ้างเหมือนเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม ซึ่งแม้จะยังไม่เข้าใจ มากนัก แต่เขาก็เริ่มสำนึกได้ถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว ‘ถูกต้องนะคร้าบบบบบ … อย่างที่พ่อคิดนั่นแหละจ้ะ ราคะ …. แปลสั้น ๆ ได้ว่า ยิ่งพ่อเสพราคะกับผู้หญิงมาก เท่าไหร่พ่อก็จะยิ่งซึมซับพลังเป็นของตัวเองได้มากเท่านั้น พวกเราก็เลยช่วยพ่อหา ‘ผู้หญิงที่เหมาะสม’ มาให้ไง ล่ะจ๊ะ’ ‘ผู้หญิงที่เหมาะสม หมายความว่ายังไง …. น้องหญิง น้องฟ้า ฝน ฝ้าย กระแต แล้วยังมีน้องมายด์ กับ น้องเมย์ อีก ทุกคนเป็นผู้หญิงที่เหมาะสม แล้วก็โดนจัดหามาให้หมดเลยหรือไง’ ‘แม่หญิงน่ะเค้าเหมาะสมก็จริง แต่เค้าก็มีบุญกับพ่อตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว ถึงพวกหนูจะไม่ทำอะไร พ่อกับแม่ก็จะ รักกันอยู่ดี ส่วนพี่กระแตคนนั้นก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะสมแต่เป็นแค่ผู้หญิงที่พ่ออยากได้ พวกหนูก็เลยจัดให้ แต่ที่เหลือน่ะใช่ทั้งหมด เป็นผู้หญิงที่มีกรรมผูกพันธ์อยู่กับพ่อตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้พวกเธอก็เลยต้องมา ชดใช้ ด้วยการเป็นทาสรักให้กับพ่อ ’ ‘... สรุปว่า ผู้หญิงที่เหมาะสม คือคนที่มีกรรมร่วมกันตั้งแต่ชาติก่อน เลยต้องมาชดใช้ ?’ ‘ก็ทำนองนั้นล่ะจ้ะ ต่อให้พ่อไม่ยอมรับพวกเธอเป็นผู้หญิงของพ่อ สักวันหนึ่งพวกเธอก็ต้องชดใช้ในรูปแบบใดรูป แบบหนึ่งให้กับคนอื่นอยู่ดี เช่น อาจจะโดนคนอื่นข่มขืน ดังนั้นชดใช้ให้พ่อเสียนี่แหละดีสุด ไม่ขาดดุลการค้า พ่อก็ ได้เสียวไปด้วย ฝึกพลังไปด้วย สาว ๆ ก็ได้เสียวด้วย แถมยังได้ชดใช้กรรมด้วย Win-Win ทั้งสองฝ่าย’ ท่าทางของสองเด็กน้อยรักยมที่พูดไปยืดไปเสมือนว่าตัวเองเป็นนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกขำ น้อย ๆ จนต้องแอบยิ้มออกมาที่มุมปาก ‘แต่เมย์ กับมายด์ ยังเด็กอยู่เลย ต้องมาชดใช้กรรมแล้วเหรอ แถมยังเป็นน้องสาวด้วย รู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้’ ‘ถ้าพ่อรู้สึกผิดก็ไม่ต้องทำซิจ๊ะ ปล่อยให้เมย์กับมายด์เค้าโดนคนอื่นจัดการก็ได้ แต่จ้างให้พวกหนูว่าพ่อก็ไม่ ยอมปล่อยร๊อก แค่ทำเป็นรู้สึกผิดพอเป็นพิธีไปงั้น ๆ แหละ เพราะน้องสาวสองคนของพ่อน่ะขาวอวบจะตาย ความจริงพ่อน่ะอยากฟันพวกเธอจะแย่ พวกหนูรู้นะว่าพ่อน่ะคิดอะไรอยู่ คิก คิก’ สองเด็กน้อยรักยมพูดไปหัวเราะร่วนไป แถมยังบินวนเวียนไปมาจนน่าปวดหัว แต่ชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มให้ เพราะรักยมคล้ายจะเป็นตัวพยาธิที่รู้ทันเขาทุกอย่าง และเขาเองก็คิดแบบนั้นจริง ๆ เขาอาจจะรู้สึกผิดอยู่ บ้าง แต่สองน้องสาวของเขาก็มีเสน่ห์น่ารักน่าใคร่ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ หากยังไงพวกเธอก็ต้องชดใช้กรรม อยู่แล้ว ยังไงก็ให้เขาเป็นคนจัดการเองดีกว่าปล่อยให้คนอื่นจัดการน้องสาวของเขา ‘พ่ออย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยจ้ะ ตอนนี้ก็ลงจากรถไปได้แล้ว พ่อจะเจออะไรดี ๆ น่าสนุก ๆ ทำอีกเยอะ แล้วก็ อย่าลืมนะจ๊ะ ว่าแถวนี้น่ะคนเยอะก็จริง แต่ด้านหลังร้านขายของนั่นน่ะไม่มีคนอยู่เลย พ่ออยากจะพาใคร ไปทำอะไรก็คงไม่มีคนเห็น คิก คิก’ สองเด็กน้อยหัวเราะร่วนก่อนจะลอยวูบหายไปทิ้งให้เอกนั่งงงอยู่คนเดียวในรถว่าเขาจะพบเจออะไรเข้าอีก หากแต่พอเปิดประตูก้าวเท้าลงไปจากรถเท่านั้นแหละ ก็มีร่างนุ่ม ๆ ของสาวสวยผิวสีน้ำผึ้งในชุดสีขาวโปร่ง บาง ถลาเข้ามาชนจนนมนุ่ม ๆ เบียดกับแผงหน้าอกของเขาเข้าเสียแล้ว ............................................................................ “อุ๊ยยย ... ตายแล้ว ... แพรขอโทษค่ะ แพรมัวแต่ดูรถของคุณ เลยเดินไม่ทันระวัง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” สาวสวยคนนั้นทำท่าทางตกใจเล็กน้อยขณะเงยหน้าขึ้นมามองเขาที่สูงกว่าเธอด้วยสายตายั่วเย้าท้าทาย อีกทั้งยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมปล่อยให้ทรวงอกอวบของเธอบดบี้อยู่กับร่างของเขาแบบไม่มีทีว่าจะถอยออก ไปแม้แต่ก้าวเดียว “เอ่อ ... ไม่เป็นอะไรครับ ...” เอก ตั้งใจจะก้าวถอยตามมารยาท แต่เมื่อเห็นสายตาแวววาวที่แฝงความยั่วเย้าของสาวสวยชุดขาวโปร่ง ท่าทางเปรี้ยวจี๊ดคนนี้แล้ว ก็เปลี่ยนใจยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้ร่างสองร่างของเขาและเธอยืนแนบกันอยู่เช่นเดิม “รถคุณสวยมากเลย แพรก็เลยมองเพลิน Aston Martin Limited Edition คันละตั้งสี่สิบกว่า ล้าน ดูดี น่าหลงไหล แพรอยากลองนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถจัง รถคุณเหรอคะ?” สาวสวยชื่อแพรหันไปมองรถคันสวยที่อยู่ด้านซ้ายมือด้วยสายตาวิบวับ ก่อนลากไล้นิ้วมือด้วยท่าปูไต่ไปตาม หลังคาอันมันวาวของรถยนต์ แล้วไล่เรื่อยตามแขนของเขาจนมาหยุดที่หัวไหล่ “เหรอครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารถอะไร แต่ไม่ใช่ของผมหรอก ของคุณพ่อน่ะครับ ท่านให้มา ผมก็เอามาขับ เฉย ๆ” เอก ทำท่างง ๆ ไม่นึกเหมือนกันว่ารถที่พ่อของน้องหญิงให้มาขับจะราคาแพงบรรลัยอะไรขนาดนั้น แต่ดู ท่าทางตื่นตาตื่นใจของผู้หญิงที่ชื่อแพรคนนี้แล้วก็คงจะจริงอย่างที่เธอว่า “แพร ชอบรถน่ะคะ แล้วแพรก็เป็นพริตตี้ด้วยก็เลยรู้เรื่องพวกนี้ดี อ้อ แพรเป็นนางแบบนิตยสาร FXM เคยได้รางวัลประกวดสาวข้างห้องด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณจะเคยเห็นผลงานของแพรหรือเปล่า เอ ... ว่าแต่ คุณชื่ออะไรนะคุณสุดหล่อ” “เอ่อ ... นึกไม่ออกน่ะครับ ... ผมชื่อเอก” “ว้า แย่จัง สงสัยแพรจะยังดังไม่พอ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไว้วันหลังแพรจะยกเอานิตยสารที่มีรูปแพรไปให้คุณ เอกดูก็แล้วกัน แถมภาพถ่ายเบื้องหลังด้วย นี่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของแพรค่ะ สำหรับคุณเอก โทรมาได้ ทุกเวลาเลยนะคะ” แพร ยิ้มอย่างมีจริตจะก้าน เงยหน้าทำตาพริ้ม ๆ พลางขยับแอ่นหน้าอกอวบบดเบียดกับแผงอกกำยำของ เขาจนเอกเริ่มรู้สึกหายใจหายคอไม่คล่อง แถมเผลอพริบตาเดียว แพรก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของ เขาแล้วก็คว้าเอาโทรศัพท์มือถือของเขามากดโทรออกจึ้กจึ้กอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเขานึกขึ้นได้ ก็ได้ยินเสียง โทรศัพท์ของแพรดังขึ้นเสียแล้ว ซึ่งเบอร์ที่โทรไปหาเธอก็คือเบอร์ของเขาเองนั่นแหละ “ว้าย ตายจริง ขอโทษค่ะ แพรเผลอตัวอีกแล้ว แพรนี่เสียมารยาทจัง แอบเอาโทรศัพท์คุณเอกมาโทรออก แบบไม่ได้ขออณุญาติก่อน งั้นเดี๋ยวแพรเอาใส่กลับไปที่เดิมให้นะคะ … โอ๊ะ แต่ เอ ในกระเป๋ากางเกงมี อะไรน้า แข็ง ๆ ร้อน ๆ ... เอ๊ะ อุ๊ยยย .... โอ้โห ทำไม ... ทำไมมันใหญ่โตขนาดนี้ล่ะ” เอก ยังคงยืนงงไม่หายเพราะเจอลีลายั่วเย้าเข้าไปแบบเต็มสูบ สาวสวยเปรี้ยวจี๊ดคนนั้นก็รุกต่ออีกขั้นเสียแล้ว เธอล้วงเอาโทรศัพท์มือถือของเขายัดกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเสมือนว่าเอาคืนกลับให้ที่เดิม แต่กลับกลาย เป็นว่าขยับมือยุกยิกไปมาจนมือของเธอไปคว้าหมับอยู่กับท่อนเอ็นอันแข็งปั๋งของเขาอย่างจงใจ และก็เป็นเธอ เองที่ถึงกับต้องตาลุกวาว อ้าปากเหวอเผลอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อมือเล็ก ๆ ของเธอรับรู้ได้ถึง สัมผัสอันใหญ่โต และร้อนผ่าวที่อัดแน่นอยู่ในนั้น ผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่รู้สึกดี ๆ ที่โดนผู้หญิงสวยมีเสน่ห์รุกเร้าเข้าหาแบบนี้ แต่กระนั้นหากมากเกินควรก็อาจจะ ทำให้รู้สึกต่อต้านได้ เอก เองก็เช่นกัน เขาอาจจะรู้สึกพอใจที่ได้ชิดใกล้สาวสวยแปลกหน้า แต่กระนั้นรูปการณ์ ก็ชวนให้คิดว่าหญิงสาวที่ทอดสะพานจนมากเกินควรคนนี้เป็นพวกหลอกลวงอะไรหรือเปล่าทำให้เขาต้องสร้าง กำแพงระวังตัวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อสาวสวยนิ่งอึ้งในความใหญ่โตของเขา เอกจึงได้โอกาสจับหัวไหล่กลมมน ของเธอแล้วผลักเอาร่างอ้อนแอ้นออกไปจากอ้อมอก “.... อุ๊ยยย ขอโทษค่ะ แพร ไม่ได้ตั้งใจ ... แพรขอโทษนะคะ คือมือแพรมันขยับไปโดนเอง” หญิงสาวเผลอยืนนิ่งอึ้งทำตาเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสเต็มไม้เต็มมือที่ไม่เคยพบเจอไปพักใหญ่ ก่อนที่จะรีบปรับ เปลี่ยนใบหน้าตนให้กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม แล้วรีบเอ่ยปากขอโทษขอโพยแบบไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ “เอ่อ … ไม่เป็นอะไรครับ เรื่องแบบนี้ผิดพลาดกันได้” แม้จะคิดในใจว่า เรื่องแบบนี้มันไม่มีผิดพลาดหรอก จงใจยั่วกันชัด ๆ แต่สุดท้ายเอกก็ยิ้มตอบออกมาตาม มารยาทเปิดทางถอยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่เพียงไม่ยอมถอย แถมยัง อ่อยเขาเพิ่มเข้าให้เสียอีกต่างหาก “แหม คุณเอกนี่ใจกว้างดีจัง แต่แบบนี้ไม่แฟร์เลย แพรเผลอไปแตะโดนของคุณเอกเข้า ... ยังไงคุณเอก จะจับของแพรคืนบ้างก็ได้นะคะจะได้หายกัน” ลีลายั่วเย้าของสาวร้อนผิวสีน้ำผึ้งแบบที่เขาไม่เคยเจอคนนี้ปลุกเร้าความเป็นชายของเอกได้ไม่น้อย ซึ่งหลัก ฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นแก่นกายที่เด้งแข็งปั๋งจนปวดหนึบนั่นเอง แต่กระนั้นเขาก็ยังคงรู้สึกไม่เคยชิน และรู้สึกไม่ปลอดภัย ที่ตัวเองต้องตกเป็นฝ่ายรับแบบนี้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจปั้นหน้ายิ้มสร้างกำแพงป้องกัน ตัวเองไว้ไว้ก่อนสักหนึ่งชั้น จนอีกฝ่ายทำหน้าเจื่อนเล็กน้อย “ไม่ดีหรอกครับ เดี๋ยวแฟนผมมาเห็นเข้า จะโดนงอนเอา” “ว้า มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย เสียดายจัง ... อุตส่าห์มีโชคชะตาได้มาเจอกันโดยบังเอิญแล้ว แต่แพรคงมาช้าไป” สาวสวยเฉี่ยวคนนั้นปรับเปลี่ยนบทบาทแสร้งทำหน้าเศร้าจนเอกเริ่มหนักใจ แต่ก็เหมือนจะมีระฆังพักยก มาช่วย เพราะชายหนุ่มเสื้อยืดสีฟ้าที่น่าจะรู้จักกันส่งเสียงร้องแซวจน สาวสวยชื่อแพรคนนั้นถึงกับต้องหัน ขวับไปทำหน้าบึ้งใส่ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เขามีแฟนแล้วก็ยังไม่ยอมเลิกอ่อยอีกนะไอ้แพร คุณครับอย่าไปถือเธอเลยนะครับ ยายคนนี้น่ะ นาน ๆ จะได้เจอผู้ชายหล่อ ๆ รวย ๆ หุ่นนักกีฬาน่าถูกใจเข้าซักที พอเจอเข้าก็เลยออกอาการ ส่ายหางดิ๊ก ๆ มากไปหน่อย” “ไอ้บอยบ้า พูดจาน่าเกลียด อ่อย เอ่ย ส่ายหางดิ๊ก ๆ อะไรกัน ชั้นกับคุณเอก เรามีชะตาร่วมกันต่างหาก ชิ” “ชะตาบ้าบออะไรเล่า แกแอบยืนมองรถเขาอยู่ตั้งนาน พอเห็นรถราคาแพง แล้วคนขับหล่อหน่อย แกก็ แกล้งเดินเฉียดเข้าไปชนเขาเอง ... ไอ้อาการแบบนี้ชาวบ้านเค้าเรียกกันเค้าเรียกกันว่า ‘อ่อย’ “ “ไอ้บอย !!! หยุดเลยนะแก ชั้นอ่อยที่ไหน อย่างนี้เค้าเรียกเปิดใจให้แก่กันต่างหาก” “เปิดใจงั้นเหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่าทางของแกน่ะ เหมือนจะเปิดเสื้อ เปิดกระโปรง ให้เขาซะมากกว่ามั้ง” “หนอย ๆ ไอ้ ไอ้ ไอ้บอยมานี่เลยมาไอ้บอย มาให้แม่ตบซะดี ๆ อย่าหนีนะ” ชายหนุ่มเสื้อฟ้าที่ชื่อบอย กับหญิงสาวชุดขาวที่ชื่อแพร ยืนถกเถียงกันครู่ใหญ่ โดยมีเอกเป็นผู้ชมกิติมศักด์ ซึ่งการโต้เถียงก็ปิดท้ายด้วยการที่ฝ่ายหญิงหันมายิ้มให้กับเขาพร้อมกับเอียงคอยกมือยกไม้แนบข้างหูใน ลักษณะที่แปลความได้ว่า ‘โทรมาหาเธอนะ’ ก่อนจะหันไปทำหน้าบึ้งเงื้อแขนวิ่งเข้าหานายบอย และก็เป็นฝ่ายชายที่วิ่งแจ้นหลบฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน จนเอกออกอาการงง ๆ ไม่รู้ว่าทั้งสอง คนมีความสัมพันธ์กันแบบไหน หากจะบอกว่าเป็นแฟนกันก็คงไม่ใช่ เพราะไม่มีอาการหึงหวงออกมาแม้ แต่น้อย แต่หากจะบอกว่าเป็นเพื่อนกันก็ดูจะสนิทสนมรักใคร่กันมากเกินไปจนไม่น่าจะใช่ สุดท้ายเขาก็ ส่ายหัวหยุดคิดเรื่องนี้ แล้วเดินเข้าไปนั่งตากอากาศเย็น ๆ ในร้านกาแฟด้วยอยากหามุมเงียบ ๆ นั่งพัก เหนื่อยเสียหน่อย แต่สุดท้ายกาแฟยังไม่ทันหมดแก้ว ชายหนุ่มเสื้อฟ้าคนเดิมก็มาทำลายความสงบเงียบ ในร้านกาแฟเข้าเสียก่อน ............................................................................ “อ้าว เจอกันอีกแล้ว สวัสดีครับ ขอนั่งด้วยคนนะครับ นั่งคนเดียวมันเหงา ๆ พิกล” ชายหนุ่มเสื้อฟ้าส่งเสียงเรียกเอกที่กำลังมองออกไปด้านนอกร้านกาแฟเพลิน ๆ แถมยังถือวิสาสะมานั่ง เก้าอี้ด้านตรงข้ามกับเขาอีก ทั้ง ๆ ที่ในร้านมีที่นั่งเหลืออีกเยอะแยะ เพราะมีเพียงเอก และชายเสื้อฟ้า เท่านั้นที่มาใช้บริการ แต่กระนั้นก็น่าแปลกที่เอกเองก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไรในท่าทีที่แสดงความเป็น มิตรเกินควรของชายเสื้อฟ้าที่ชื่อว่าบอย “อูยยย ... ไอ้แพร มือหนักยังกับช้าง ตบทีหลังเกือบหัก” ชายเสื้อฟ้าร้องโอดโอยพลางทำหน้าบิดเบี้ยวพิกล จนเอกแอบหัวเราะน้อย ๆ อยู่ในใจ “อ้อ ขอโทษ ผมลืมแนะนำตัว ผมชื่อ บอย วันนี้กำลังจะไปบางแสน แต่แวะมาเติมน้ำมันกับแวะเข้า ห้องน้ำเสียหน่อย” “ผมชื่อ เอก ครับ ... เรื่องเมื่อครู่ผมขอโทษด้วย ไม่ทันระวังก็เลยชนกับแฟนคุณ” “โอย ไอ้แพร ไม่ใช่แฟนผมหรอกครับ แล้วก็ไม่ต้องขอโทษด้วย ไอ้แพรต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ ท่าทางจะปิ๊งคุณเข้าให้แล้วล่ะมั้งนั่น เล่นทอดสะพานคอนกรีตเสริมใยเหล็กให้ซะขนาดนั้น ผมยังไม่เคยเห็นมันให้ท่าใครซะขนาดนั้นเลย ถ้าคุณเอกสนใจก็จีบได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” “หือ ? ไม่ใช่แฟน แต่ผมว่าพวกคุณดูสนิทกันมากกว่าเพื่อนอยู่นะ หรือว่ากิ๊ก ?” “อืม นั่นซิ ... ไม่ใช่แฟน แต่ก็ไม่ใช่เพื่อน จะเรียกว่ากิ๊กก็ไม่เชิง ... เอาเป็นว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมา ตั้งแต่เด็กก็แล้วกัน” “แล้ว ‘สนิท’ ขนาดไหนล่ะครับ” เอก ถามยิ้ม ๆ ด้วยต้องการแหย่เล่น ๆ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะหัวเราะร่วนแล้วส่งเสียงซุบซิบ ตอบออกมาแบบเปิดเผยซะเหลือเกิน “ฮ่า ฮ่า ถามมาตรง ๆ แบบนี้ ผมก็ขอตอบตรง ๆ ก็ได้ แต่อย่าไปบอกใครเชียว เดี๋ยวแพรเขาจะเสียชื่อ ยิ่งเพิ่งเริ่มเข้าวงการนางแบบอยู่ด้วย ... อย่างที่คุณคิด พวกเราสนิทขนาดเคยนอนด้วยกันหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยขยับเข้าใกล้คำว่าแฟน ... ตอนนี้ก็เลยประมาณว่า ถ้าใครเหงาก็มาเอากัน” “นั่นซิ ผมก็กะอยู่แล้วเชียว ว่าแต่เมื่อกี้นี้เขามายั่วผม คุณบอยไม่หึงหรือไง” “อันนี้คงเป็นเหตผลที่เราไม่เคยคิดเป็นแฟนกันมั้ง ผมไม่เคยรู้สึกหึงเลย เวลาที่เห็นแพรควงกับผู้ชาย คนอื่น แล้วก็เหมือนกัน ไอ้แพรมันก็ไม่เคยมาหึงผมเหมือนกัน เวลาผมควงใครไปให้มันเห็น” “อ้อ ... แต่อย่าเข้าใจผิดนะ ไอ้แพรมันไม่ได้มั่วผู้ชายขนาดนั้น มันชอบอ่อย ชอบยั่วผู้ชายรวย ๆ หลอก เอาเงินก็จริง แต่มันไม่ยอมเสียตัวให้ใครง่าย ๆ หรอก เพราะหัวมันสูง อยากได้ผู้ชายที่ยังหนุ่ม ๆ แล้ว ก็ต้องหล่อ แล้วรวยด้วย มันก็เลยหาสามียากหน่อย เพราะพวกรวย ๆ ส่วนใหญ่ก็แก่อ้วนลงพุง ส่วน พวกหนุ่ม ๆ ก็ไม่ค่อยมีกะตังค์... แต่แบบคุณน่ะเสปคมันเลย เจอเมื่อไหร่ได้ยั่วแบบจัดเต็มแน่ ๆ ระวัง ให้ดี หึ หึ” “ฮ่า ฮ่า คงไม่ไหวหรอกครับ เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็เยอะพอดูแล้ว นี่ก็เพิ่งโดนคาดโทษมาด้วยว่าห้ามมีเพิ่ม ถ้ามีเพิ่มอีกคนสงสัยผมจะโดนจัดเต็มเหมือนกัน” “หืม ... ฮ่า ฮ่า ผมว่าแล้ว หล่อ รวย แบบคุณ ...ท่าทางจะมี ‘เด็ก’ เยอะไม่เบาเลย” “ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ …” เอก สงบปากลงชั่วคราว เมื่อเพิ่งคิดได้ว่าเผลอหลุดเรื่องของตัวเองมากเกินไปหน่อยแล้ว ซึ่งก็พอดีกับ ที่อีกฝ่ายหันไปสนใจอย่างอื่นพอดี “ว้าว เด็กนักเรียนที่ไหนเนี่ย น่ารักยังกะตุ๊กตา หน้าใสกิ๊งเหมือนดาราเด็กของญี่ปุ่นเลย” เอก หันไปมองตามสายตาของบอยตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบว่าเด็กผู้หญิงที่ว่าคือ มายด์ น้องสาวคน เล็กของเขานั่นเอง เด็กสาวตัวน้อยกำลังเดินมาทางร้านกาแฟที่เขานั่งอยู่ พร้อมกับชะเง้อไปมา เหมือนกับ ว่ากำลังมองหาเขาอยู่ แต่ดูเหมือนแสงแดดที่สะท้อนอยู่บนกระจกร้านจะทำให้เด็กสาวมองเข้ามาได้ไม่ ชัดนัก “คุณเอกว่ามั้ย เด็กสมัยนี้ โตไวจริง ๆ ชุดนักเรียนเหมือนจะยังเรียนประถม แต่สวยน่ารัก น่ากอด น่าจูบ น่ากิน ไปหมดทั้งตัวเลย ... แฮ่ม เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ผมได้เอากับเด็กครั้งแรกเลย ตอนนั้นน้องเค้าน่าจะ เพิ่ง 11-12 ขวบ เองมั้ง คุณเอ๊ย กว่าผมจะใส่เข้าไปได้นะ เหงื่อตกเลย แต่พอได้กระเด้าเท่านั้นแหละ อู้ยยย โคตรมันเลย ทั้งคับ ทั้งแน่น” “... ไม่นึกว่าคุณบอยจะชอบเด็ก” “ก็ไม่เชิงว่าชอบเด็กหรอก ผมชอบสาว ๆ วัยทำงานมากกว่าเต็มไม้เต็มมือดี แต่เด็ก ๆ ผมก็ไม่ขัดข้อง ยิ่งถ้าสวยน่ารักแบบเด็กคนนี้ล่ะก็น่าสนเลย สวยน่ารักแบบลูกคุณหนู ตัวเล็ก ๆ ผิวเนียน ๆ กลิ่นตัว หอม ๆ แบบเด็ก ๆ ถ้าจับเล่นท่า อุ้มแตง อุ้มไป กระเด้าไป สะใจสุด ๆ” บอย พูดเปิดเผยตรงไปตรงมาแบบเต็มที่ราวกับว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน แต่กระนั้น เอก ก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ หรือโกรธเคืองบอยเลยที่พูดถึงน้องสาวของเขาแบบนั้น แถมยังแอบ รู้สึกคึกคักไปด้วยเสียต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นดวงตาที่แวววาวราวกับหมาป่ากำลัง จับจ้องมองเหยื่อตัวน้อยของบอยที่กำลังมองน้องสาวของเขาเข้าด้วยแล้ว “คุณบอยพูดซะผมคึกคักเลยนะเนี่ย” “ธรรมดาของผู้ชายน่า เห็นผู้หญิงสวยน่ารักถ้าไม่คิดเรื่องหื่น ๆ ก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว นมยังไม่ตั้งเต้าเท่า ไหร่ แต่มองมุมไหนก็น่ารักจริง ๆ หน้าใสยังกะตุ๊กตาแน่ะ นี่ถ้าเป็นแฟนผมนะ ผมจะให้แอบมาดูดไอติม ในร้านกาแฟเลย เงียบไม่มีคนดีนัก คุณนึกดูซิ ปากเล็ก ๆ แบบนี้นะ ถ้าได้ใส่เข้าไปจนแก้มป่องออกมา แล้วให้ดูดล่ะก็ .... อูยยย แล้วยิ่งตอนเสร็จนะ กระฉูดใส่ให้เต็มหน้าเหมือนในหนังโป๊ สะใจสุด ๆ” “ในร้านกาแฟเนี่ยนะ จะกล้าทำจริง ๆ เหรอ เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นเข้าหรอก” “นั่นล่ะ ยิ่งตื่นเต้นเลย ผมกับแพร ชอบไปเล่นนอกสถานที่กันบ่อย ๆ ... ในที่จอดรถ ทางหนีไฟ ห้องน้ำห้าง ลองมาหลายที่แล้ว ... นี่ความจริงวันนี้ผมก็กะจะพาแพรมาเอากันที่นี่แหละ ตรงด้าน หลังร้านมินิมาร์ทน่ะ มีที่เงียบๆ เปลี่ยว ๆ อยู่ ผมเคยแอบมาสำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวคุณจะแอบไปดู ก็ได้นะ มีคนแอบดูคงตื่นเต้นดีพิลึก ... ดีไม่ดี ถ้าคุณอยากแจมด้วย แพร มันก็คงยอมล่ะมั้ง แบบรุมผู้หญิงสองต่อหนึ่งนี่ผมยังไม่เคยลอง คุณอยากลองมั้ยล่ะ” “หึ หึ คงไม่ใช่ว่าที่มาคุยกับผมแต่แรก เพราะตั้งใจจะชวนทำเรื่องนี้หรอกนะ” “ฮ่า ฮ่า ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่คุยกับคุณแล้วถูกคอดี ก็เลยลองชวนดู ว่าแต่คุณสนใจ มั้ยล่ะ ได้เอานางแบบ FXM เชียวนะ หุ่นดีสุด ๆ แล้วก็ไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่ใช่พวกหลอก ลวงสิบแปดมงกุฎแน่ ๆ งานนี้ผมรับรอง ว่าได้จริง แตกจริง หรือถ้าไม่แน่ใจ ก็ไปแอบดูเฉย ๆ ก็ได้” บอย พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังน่าเชื่อถือ ซึ่งเอกก็ไม่รู้สึกว่าบอยจะเป็นพวกโกหกหลอกลวงอะไร แต่ถึงจะเป็นพวกโกหกหลอกลวงจริง ๆ เขาเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเสียเมื่อไหร่ แถมยัง มีรักยม กับนางตะเคียนคอยช่วยเหลืออยู่อีกต่างหาก ยังไงก็ไม่มีทางพลาดท่าได้ แถมพอนึกไป แพร สาวผิวสีน้ำผึ้งที่เปรี้ยวจี๊ดสุด ๆ คนนั้นก็น่าฟันใช่ย่อย ทั้งนม ทั้งตูดเด้งตูม น่าบีบอยู่เหมือนกัน แถมยังพ่วงด้วยดีกรีนางแบบนิตยสารชื่อดังอีกต่างหาก คิดไปแล้วเอก ก็ให้นึกถึงฝนอยู่เหมือนกัน เพราะรายนั้นก็เป็นพริตตี้ชื่อดังใช่ย่อย แถมนิสัยค่อนข้างเปิดเผย คล้าย ๆ กับแพร ถึงจะน้อยกว่าสักหน่อย แต่ถ้าเทียบกันแล้ว เขาก็ยังรู้สึกว่า ฝน ดูดีมีเสน่ห์ น่าลิ้มลองกว่าแพรอยู่สักหน่อย “อืม ผมไม่ใช่พวกชอบแอบดูด้วยซิ แล้วแบบชายสองหญิงหนึ่งผมก็ไม่เคยลองอยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมขอไปแอบดูก่อนล่ะกัน ถ้ายังไง ผมอาจจะขอไปร่วมแจมก็ได้ แต่ตอนนี้ผม ขอทำธุระกับ ‘เด็ก’ ของผมก่อน คุณบอยสนใจจะอยู่ดูหรือเปล่าล่ะครับ?” เอก ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฎิเสธ แววตาของเขาฉายแวววับวาวราวสัตว์ป่าที่กำลังตื่นเต้นคึกคัก ที่ได้เห็นเหยื่อ เมื่อมายด์เปิดประตูร้านกาแฟเดินเข้ามา ............................................................................ “พี่เอกอยู่ที่นี่เอง มายด์เดินหาพี่เอกตั้งนานแน่ะ” มายด์ เดินเข้ามาหาพร้อมกับเสียงสดใสน่ารัก ดวงตากลมโตดูจะเปล่งประกายยินดีไม่น้อยที่หา พี่ชายจนเจอได้ “ซื้อขนมเสร็จหรือเหรอ แล้วพี่สาวของเราหายไปไหนแล้ว” เอก เอื้อมมือไปลูบศรีษะเล็ก ๆ ของเด็กสาวด้วยกิริยารักใคร่คล้ายพี่ชาวเอ็นดูน้องสาว หากกระนั้น สายตาที่จับจ้องมองเรือนร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวกลับแลดูคล้ายชายหนุ่มที่กำลังกลัดมันเสียมากกว่า “พี่เมย์ ไปเข้าห้องน้ำจ้ะ แต่มายด์ไม่อยากเข้า ก็เลยเดินหาพี่เอกแทน” มายด์ ไม่ทันจะสังเกตเห็นสายตาแวววาวของพี่ชาย เพราะเธอเพิ่งสังเกตเห็นชายหนุ่มอีกคนที่นั่งร่วม โต๊ะอยู่ด้วย “อ้อ นั่นคุณบอยเป็นเพื่อนพี่เอง สวัสดีซะซิ แล้วนี่น้องมายด์เป็นน้องสาวของผมเองครับ” เอก แนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน ซึ่ง มายด์ เองก็รีบยิ้มให้ พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้บอยด้วยกิริยาอันสุภาพ เรียบร้อยอย่างที่เคยถูกสั่งสอนมา หากแต่บอยที่ได้เห็นเด็กสาวในระยะประชิดก็ถึงกับแอบอึ้งไปกับ ความน่ารักสดใสของนางฟ้าตัวน้อยครู่ใหญ่ ก่อนจะรู้สึกตัวยกมือขึ้นรับไหว้ แล้วรีบหันไปยิ้มแหยๆ กับเอก เพราะแอบพูดลามปามเด็กสาวไปเสียเยอะ “เอ่อ น้องสาวของคุณเอกเหรอ ... ไม่ทันนึก ที่พูดเมื่อกี้ผมขอโทษด้วย” “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมไม่คิดอะไรจริง ๆ แถมพอได้ฟังที่คุณพูด ผมเลยได้ไอเดียดี ๆ มาด้วยอีกต่างหาก” “ไอเดียดี ๆ ?” “ก็เมื่อกี้คุณบอยพูดเรื่องลิงอุ้มแตง แล้วก็แตกใส่หน้าไม่ใช่เหรอ ผมก็อยากจะลองทำดูบ้างแค่นั้นแหละ ว่าแต่คุณบอยสนใจจะเป็นผู้ชมหรือเปล่าล่ะ ในร้านยิ่งไม่มีคนอยู่ด้วย พนักงานก็แอบนั่งหลับอยู่นั่น” เอก ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้กับบอย จนอีกฝ่ายงงอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นเต้น เมื่อเริ่มตาม ทันความคิดของพี่ชายที่กำลังจะกระทำกับเด็กสาวตัวน้อยที่แสนจะสดใสน่ารัก "พี่เอก พูดเรื่องอะไรกันเหรอจ๊ะ ลิงอุ้มแตง? แตกใส่หน้า? … มายด์ล่ะ ง๊ง งง” “ไม่ต้องงงหรอก เอาล่ะมานั่งคุยกันก่อน” เอก ดึงท่อนแขนน้อย ๆ ของมายด์เข้าหาตัว จนเด็กสาวตัวน้อยขยับมานั่งอยู่บนตักของเขา ซึ่งมองเผิน ๆ ก็เหมือนพี่ชายเล่นกับน้องสาวแบบธรรมดา หากเพียงว่าเขาไม่ได้จัดแจงให้สะโพกนิ่ม ๆ ของเด็กสาววาง ทับอยู่บนดุ้นเอ็นอันเขื่องที่กำลังพองตัวอยู่ภายในเป้ากางเกง พร้อมกับใช้สองแขนตวัดรัดโอบรอบเอวไว้ มายด์ ดูงุนงงและขวยเขินเล็กน้อย หากกระนั้นเด็กสาวก็มิได้มีท่าทีต่อต้านอันใด เพราะอีกฝ่ายนั้นเป็น ทั้งพี่ชาย และผู้ชายที่เธออยากให้สัมผัสเนื้อตัวอย่างที่สุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่เธอห่างเหิน จากรสรักไปนาน เมื่อได้สัมผัสเข้ากับความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าวตรงร่องก้นแล้วเด็กสาวก็ถึงกับร้อนวูบวาบ ไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว เด็กสาวจึงเอนหลังไปพิงกับร่างของพี่ชายอย่างว่าง่าย พร้อมกับแอบขยับโยกสะโพก เล็ก ๆ ของตัวเองวนไปมาบนท่อนเนื้อของเขาเบา ๆ “เมื่อกี้พี่บอกบอยไปว่า พี่กับมายด์เป็นแฟนกัน แต่บอยเขาไม่เชื่อน่ะ เขาบอกว่าเด็กน่ารักอย่างมายด์ ไม่มีทางเป็นแฟนกับพี่ได้หรอก มายด์ช่วยยืนยันหน่อยซิว่าเราเป็นแฟนกัน” เอก พูดสร้างเรื่องขึ้นมาดื้อ ๆ ก่อนขยับริมฝีปากไปขบที่ใบหูของเด็กสาวเบา ๆ พร้อมกับพ่นลมฟู่ออกไป จนเด็กสาวขนลุกซู่สะท้านไปทั้งร่าง “เอ๋ ... แฟน ? ... มายด์ ... มายด์เป็นแฟนกับพี่เอกได้เหรอจ๊ะ แล้วพี่หญิงล่ะ” เด็กสาวไร้เดียงสาเอ่ยถามด้วยความงุนงง ความคิดวัยเด็กทำให้เธอรับรู้เพียงว่าเธอเป็นน้องสาวของเขา ถึงแม้ว่าเธอจะเคยมีอะไรกับพี่ชายมาแล้วแต่เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีสถานะเป็นแฟน หากกระนั้น เด็กสาวก็อดไม่ได้ให้รู้สึกดีใจกับสถานะใหม่ที่ดูจะเท่าเทียมกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ของพี่ชายมากกว่าคำว่า น้องสาว “อื้มม ก็เป็นทั้งน้องสาว แล้วก็เป็นแฟนด้วยไงล่ะ บอกพี่บอยเค้าไปซิ ว่าเราเป็นแฟนกัน” ชายหนุ่มพูดเสียงหวานกระซิบกับเด็กสาว พร้อมกับลากไล้ฝ่ามือไปตามผิวอันเนียนนิ่มของเด็กสาวจน เธอสั่นสะท้าน ฝ่ามือหยาบใหญ่ทั้งสองข้างแม้จะลากไล้เพียงแผ่วเบา แต่ก็พลิ้วผ่านไปสร้างความสยิว ไปทั่วทั้งหน้าท้องและท่อนขาของเด็กสาวอย่างถ้วนทั่ว เด็กสาวที่ไม่เข้าใจเรื่องราวจึงได้แต่เอ่ยปากรับคำ ของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงกระเส่าโดยไม่ได้คิดเลยว่าพี่ชายตัวดีของเธอกำลังคิดจะทำอะไร “อืมมมมม .... มายด์ เป็นแฟนพี่เอกจ้ะ อือออออ” บอย รับฟังเสียงอันสดใสนั้นด้วยความรู้สึกเหม่อลอย สมาธิทุกส่วนของเขาดูจะจับจ้องเขม็งอยู่ที่เพียง เรือนร่างอันงดงามของเด็กสาวจนตาเป็นมัน โดยเฉพาะเมื่อเอกล้วงมือลึกเข้าไปในซอกขาขาว ๆ ดัน กระโปรงนักเรียนร่นขึ้นไปด้านบนจนเห็นกางเกงในลายการ์ตูนเต็มสองตา แถมที่ด้านบน มืออีกข้างก็ ล้วงวูบเข้าไปในเสื้อนักเรียนทำให้ชายเสื้อร่นขึ้นจนเห็นสะดือเล็ก ๆ น่ารักที่อยู่ตรงกลางหน้าท้องเรียบ เนียนขาวสะอาด “เหมือนบอยจะยังไม่เชื่อว่าเราเป็นแฟนกัน เห็นมั้ยยังทำหน้างง ๆ อยู่เลย เราจะทำยังไงดีน้าให้เค้าเชื่อ” เอก ยิ้มชื่นชมให้กับความคิดของตัวเอง ขณะที่ล้วงมือล้วงไม้ไปทั่วเนื้อตัวของเด็กสาวไม่หยุด แถมบางครั้ง ยังก้มหน้าลงไปดูดซอกคอขาว ๆ ของเด็กสาวเสียงดังจ๊วบซะด้วย “อูยยยย .... มายด์ไม่รู้จ้ะ ... อือออออออ .... พี่เอกจ๋า อย่าแกล้งมายด์ ... มายด์เสียว” เด็กสาวที่อัดอั้นอารมณ์มานานโดนปลุกเร้าจนใบหน้าแดงก่ำ เธอเด้งสะโพกน้อย ๆ เบียดกับความแข็งแกร่ง ของชายหนุ่มอย่างไม่อาจจะหยุดยั้งตัวเองลงได้ ก่อนเด้งตัวสะท้านเฮือกเป็นระยะทุกคราที่ฝ่ามือของเขาสัมผัส สะกิดเกากับความชื้นแฉะที่อยู่ตรงกลางหว่างขาของเธอ “งั้นเราลองจูบกันให้พี่บอยดูมั้ย เค้าอาจจะเชื่อก็ได้ว่าเราเป็นแฟนกัน อยากจูบกับพี่มั้ย” เอก ถามพลางซุกไซร้ขบกัดไปทั่วต้นคอขาว ๆ แล้วลากลิ้นชอนไชไปที่ใบหูเรียวเล็กของเด็กสาว ลิ้นสาก ๆ เลีย ลากวนไปมาราวกับมีชีวิต ทั้งฉกแยง และเลียไล้ไปมา ทำเอาเด็กสาวเสียวสยิวบิดตัวไปมาแทบจะขาดใจอยู่แล้ว ซึ่งความจริงทำขนาดนี้ บอย ที่กำลังมองจนตาค้างก็เชื่อไปนานแล้ว แต่เอกก็ยังคงสนุกสนานกับการกลั่นแกล้ง น้องสาวของตัวเองต่อไป “อู๊ยยยย ... อืออออ ... จูบจ้ะ มายด์อยากให้พี่เอกจูบมายด์ อืออออ ... อืมมม” เด็กสาวระล่ำระลักตอบ เธอรีบเอียงคอเผยอปากน้อย ๆ หันหน้าไปหาเอกเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ ซึ่งเอกที่รออยู่แล้วก็ก้มหน้าลงไปประกบกับปากบางจิ้มลิ้มของเด็กสาวแสนสวยแล้วบดจูบอย่างร้อนแรง ลิ้นสากของชายหนุ่มแหย่แยงเข้าไปในภายในก่อนเกี่ยวกระหวัดโลมเลียไปทั่วโพรงปากอันหอมหวานของ เด็กสาวอย่างหิวกระหายราวจะดูดกินทุกสิ่งอย่างของเด็กสาวให้หมดสิ้น แม้จะไม่ใช่จูบแรก แต่ความช่ำชองของเรียวลิ้นก็ทำเอาเด็กสาวเสียวสะท้านไปทั่วร่างเล็ก ๆ จนหัวหมุน ไม่แพ้กับรสจูบครั้งแรกที่เธอเคยมอบให้กับเขา รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์กระสันซ่าน รสจูบที่เปี่ยมไป ด้วยความเคลิบเคลิ้มในทุกรสสัมผัส รสจูบที่หอมหวานน่าลิ้มลองเสียยิ่งกว่าลูกกวาดหรือลูกอมยี่ห้อใด ๆ และนั่นเป็นรสจูบที่เธอถึงกับต้องแอ่นเผยอตัวเด้งตามเมื่อเขาขยับตัวถอนปากออกไป “คราวนี้เชื่อหรือยังล่ะครับคุณบอย ว่าผมกับมายด์เป็นแฟนกันจริง ๆ “ เอก ถอนปากออกมายิ้มขยิบตาให้กับบอย โดยที่ยังคงลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวอันร้อนผ่าวของเด็กสาวไม่หยุด ซึ่งทางฝ่ายบอยที่กำลังมีอารมณ์ร่วมไปกับบทรักระหว่างเอกและมายด์ก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจแผนการณ์ อันน่าสนใจของเอกขึ้นมาอยู่บ้าง จึงเล่นตามน้ำไปด้วยแบบไม่ต้องคิดมาก “แค่จูบกันยังไม่เรียกว่าเป็นแฟนกันหรอกครับคุณเอก มันต้องมากกว่านี้อีก” “อืม ยังไม่เชื่ออีก งั้นพวกเราต้องทำยังไงดีล่ะน้องมายด์ หือ?” เอก ก้มลงมองเด็กสาวที่เด้งตัวขลุกขลักไปมาอยู่ในอ้อมกอด หากก็ไม่มีเสียงตอบออกมา นอกเสียจากดวงตา กลมโตฉ่ำเยิ้มที่กำลังจ้องมองมาแทนคำตอบ ซึ่งแม้เอกจะรู้ว่าน้องสาวของเขายอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว แต่เขา ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อดำเนินแผนการของตนเองต่อไป และเมื่อมายด์ไม่ยอมพูดตอบออกมา เอกก็เลย แกล้งหยุดการเล้าโลมไปเสียดื้อ ๆ จนอีกฝ่ายต้องส่งเสียงร้องขอด้วยความรู้สึกค้างคา “พี่เอกจ่า ช่วยมายด์ด้วย ... ” “มายด์บอกมาก่อนซิ ว่าเราควรจะทำยังไงให้พี่บอยเค้าเชื่อ ว่าเราเป็นแฟนกัน” เอก แสร้งทำตัวใจร้ายด้วยการจับร่างน้อย ๆ ในชุดนักเรียนของมายด์ให้ลุกขึ้นยืน ทำท่าทางเหมือนกับว่าไม่ ยอมทำตามคำขอของน้องสาวที่กำลังอารมณ์ค้างคา ซึ่งมายด์ที่สับสนงุนงงก็ได้แต่หันไปมองทางบอยและ เอกสลับไปมาด้วยใบหน้าอันแดงซ่าน ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พี่เอกก็ปั่มป๊ามมายด์ซิจ๊ะ พี่บอยจะได้เชื่อว่าเราเป็นแฟนกัน” “ปั่มป๊าม!!!!?” สองชายหนุ่มอุทานทวนคำออกมาแทบจะพร้อมกัน ก่อนจะแอบอมยิ้มในความน่ารักไร้เดียงสาของเด็กสาว แม้ไม่รู้ว่าเด็กสาวสรรหาคำนี้มาจากไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็สื่อความหมายออกมาได้ชัดเจนอยู่ไม่น้อย แต่กระนั้นเอกก็ยังคงแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้เช่นเดิม “ปั่มป๊าม คืออะไรเหรอจ๊ะน้องมายด์” “ปั่มป๊าม ก็ ... เอาของพี่เอก ใส่เข้ามาในของมายด์ แล้วพี่เอกก็จิ้มเข้าจิ้มออกเร็ว ๆ ไงจ๊ะ” เด็กสาวหันมามองเอกด้วยสายตาวิงวอน อารมณ์อันร้อนแรงทำเอาเด็กสาวถึงกับต้องยืนหนีบเบียดขาเข้าหา กันอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งกิริยานั้นก็ทำเอาบอยแทบอยากจะกระชากเด็กสาวไปปั่มป๊ามแทนเอกแทบจะขาดใจแล้ว เอก เองแม้จะแสร้งทำไม่สนใจใยดี แต่ในใจน่ะอยากจะจัดหนักกับน้องสาวแสนสวยคนนี้เต็มที่แล้ว เขามอง สำรวจไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้งก็พบว่าในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่น ส่วนพนักงานร้านกาแฟก็เหมือนจะนั่งหลับอยู่ด้าน หลังเคาท์เตอร์ สำหรับคนที่ด้านนอกก็ดูเหมือนจะมองเข้ามาไม่เห็น ดังนั้นหนทางก็ดูจะสะดวกอยู่ไม่น้อย และ ที่สำคัญเขาได้ส่งกระแสจิตสั่งการรักยมให้ดูแลอย่าให้ใครเข้ามาในร้านเพื่อเป็นการป้องกันอีกทางเอาไว้ด้วย และเมื่อเตรียมการแล้วเสร็จเขาจึงค่อยเริ่มเดินเกมแกล้งเด็กน้อยขั้นที่สองต่อไป “อยากโดนปั่มป๊ามใช่มั้ยล่ะ ... ถ้างั้นก็ถอดกางเกงในออกก่อน” “จ้ะ” มายด์ เอื้อมมือลงไปรูดกางเกงในจนไหลเลื่อนหลุดไปจากท่อนขาขาวอวบโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย ซึ่งดูไปตอนนี้ไม่ว่าเอกจะสั่งให้เธอทำอะไร เธอก็คงพร้อมจะทำทุกอย่างโดยไม่มีการทักท้วงอย่างแน่นอน แถมไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว เมื่อกางเกงในลายการ์ตูนตัวน้อยหล่นลงไปกองกับพื้นแล้ว เด็กสาว ยังยกชายกระโปรงนักเรียนขึ้นมาอีกด้วย เอกที่อยู่ด้านหน้าจึงได้เห็นกลีบกุหลาบที่ขาวสะอาดของเด็กสาว อย่างเต็มตา ส่วนบอยที่อยู่ด้านหลังนั้นก็ได้อานิงสงค์เห็นความขาวเนียนของสะโพกงามงอนน้อยๆ เช่นกัน “ถ่างขาออก แล้วยืนดี ๆ นะ” เอก ส่งเสียงสั่งการ และเมื่อเด็กสาวขยับขาอ้าออก เขาก็ล้วงมือวูบไปสัมผัสเข้ากับโคกสวาทที่สะอาดเกลี้ยง เกลาแต่ฉ่ำชื้นของเด็กสาว ก่อนลากไล้นิ้วมือไปตามความโหนกนูนของกลีบกุหลาบสีสวย แล้วแหย่นิ้วแยง พรวดเข้าไปในร่องรูจนเด็กสาวตัวเกร็ง ส่งเสียงร้องวี้ด ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ "อึ๊ยยยยย ... พี่เอกจ๋า อืมม อะ อืมมมมมมมมม อะ อืออออออ พี่จ๋า อึ๋ยยยยย พี่จ๋า พี่จ๋า มายด์เสียว" ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความรุ่มร้อนที่กำลังพุ่งพล่านไปทั่วร่าง มือเล็กบอบบางตวัดไขว่คว้าไปมาก่อน จะจับหมับไปที่ข้อมืออันแข็งแกร่งของพี่ชาย สองขาเรียวเล็กเกร็งหนีบแน่นเข้าหากันสุดแรงด้วยความทรมาณ ขณะที่เขาใช้ปลายนิ้วแหย่ล้วงทะลวงลึกเข้าไปในรูสวาทอันฟิตคับ อีกทั้งด้านบนนั้นฝ่ามือร้อน ๆ อีกข้างของ พี่ชายก็เลื่อนวูบเข้าไปบีบขยำเต้านมกะเปาะเล็ก ๆ ด้วยลีลาอันแสนช่ำชองเสียด้วย บอย ที่เป็นได้เพียงแค่ผู้ชม เบิกตาโพลงหอบหายใจถี่หนักขณะมองดูภาพเกมกามอันสุดแสนระทึกของเด็กสาวตัว น้อยที่สุดแสนจะสดใสน่ารัก แววตาอันหื่นกระหายจับจ้องมองทุกกิริยาดิ้นเร่าของเด็กสาวจนแทบไม่ยอมกระพริบ ตาให้เสียโอกาสแม้แต่เศษเสี้ยวของวินาที ภาพก้นกลมดิกขาวเนียนของเด็กสาวที่เด้งส่ายระริกระรี้ไปมาด้วยโดน บีบขยำที่กลีบแคมอวบตูม และภาพขยุกขยิกภายใต้เสื้อนักเรียนตรงช่วงหน้าอกที่โดนฝ่ามือของเอกล้วงเข้าไปบีบ ขยำเต้านมกะเปาะน้อยทำเอาแก่นกายของชายหนุ่มถึงกับพองตัวออกมาจนแทบระเบิดออก “มายด์เสียวมั้ย?” เอก เหลือบตามองสายตาอันหื่นกระหายของบอยที่มองมายด์ด้วยความรู้สึกภูมิใจ ก่อนหันมาใช้ฝ่ามือบีบขย้ำฟอน เฟ้นเสพสัมผัสไปตามผิวกายที่ละเอียดนุ่มนิ่มเต่งตึงราวกับผิวของเด็กทารก ซึ่งแม้ว่าเด็กสาวตัวน้อยจะยังไม่มีส่วน โค้งเว้าอันหนั่นแน่นเฉกเช่นสาวรุ่น แต่กระนั้นร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวก็กระตุ้นอารมณ์อันหื่นกระหายของชายหนุ่ม ได้ไม่แพ้สาวรุ่นเลยแม้แต่น้อย “เสียวจ้ะ อะ อึ๊ยยยย มายด์เสียว” “แล้วเสียวกว่าตอนที่แอบช่วยตัวเองเมื่อเช้าหรือเปล่า ตอนที่แอบดูพี่ปั่มป๊ามกับพี่หญิงน่ะ” “มะ มายด์ มายด์ ไม่ได้แอบดูนะจ๊ะ ... อ๊ะ อ๊ายยย .... มายด์แค่จะไปตามพี่เอกแค่นั้นเอง ... อึ๊ยยย พี่จ๋าอย่าเขี่ย มายด์เสียว อึ๊ยยยย” “แค่ไปตามแล้วทำไมต้องไปแอบยืนช่วยตัวเองอยู่หน้าห้องน้ำด้วยล่ะหือ” ชายหนุ่มถามพลางลากนิ้ววิ่งเข้าออกร่องสวาทของเด็กสาวไปพลางจนเด็กสาวขาสั่นระริกแทบยืนไม่อยู่ “ก็ มายด์ ... มายด์ อยากโดนพี่เอกทำ แบบที่พี่เอกทำกับพี่หญิง อึ๊ยยย .... พี่เอกจ๋า พี่เอก อย่าหยุดนะ อ๊ายยย พี่เอก พี่เอก เร็วอีกนิด เร็วอีก อื๊ออออออ .....” ความซาบซ่านประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่างบอบบางของเด็กสาวจนหัวสมองขาวโพลน รับรู้ได้แต่เพียงสัมผัส อันเร่าร้อนของสิ่งที่กำลังสอดใส่เข้าไปในร่างกาย มันเป็นความร้อนแรงที่ค่อย ๆ ทบทวีมากขึ้นทุกคราที่พี่ชาย ของเธอลากขยับนิ้วเข้าออก อารมณ์สวาทที่พาดพัดทำเอาร่องรักของเด็กสาวบีบรัดหนุบหนับ น้ำรักใสบริสุทธ์ เอ่อล้นทะลักออกมาจนชุ่มโชก และเมื่อโดนพี่ชายตน ขยับนิ้วซอยยิก ๆ เร่งจังหวะเร้าอารมณ์จนถึงขีดสุด เด็กสาวก็รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเกร็ง จนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความหฤหรรษ์ที่เอ่อล้นจนแทบมิอาจหายใจออก ผลักใสให้เด็กสาวต้องส่งเสียงหวีดร้อง แห่งความสุขสมออกมา พร้อมกับน้ำรักที่หลั่งไหลย้อยไปตามง่ามขาที่กำลังสั่นระริกจนถุงเท้านักเรียนเปียกชุ่ม "พี่เอกจ๋า อ๊าาา มะ มายด์ มายด์ ไม่ไหวแล้ว อ๊าาา อืออออ ……………….." เด็กสาวเกร็งจนตัวงอ สองขาอ่อนแรงแทบล้มพับลงไปกับพื้น หากแต่ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในอารมณ์หื่น ไม่ ยินยอมปล่อยให้เด็กสาวได้พักเหนื่อย เขาจับเด็กสาวถอดเสื้อนักเรียนและเสื้อซับสีขาวสะอาดบริสุทธ์ออก จากร่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปลดตะขอแล้วรูดกระโปรงตัวน้อยจนหลุดลุ่ยในเสี้ยววินาทีถัดมา เวลานี้มายด์ จึงยืนเปลือยกายล่อนจ้อน โชว์เรือนร่างขาวผ่องสะอาดนวลเนียนอยู่ในร้านกาแฟต่อหน้าต่อตาพี่ชาย และ บอย ชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งเคยพบพานเป็นครั้งแรก เอก หันไปมองส่งยิ้มให้บอยที่กำลังจ้องมองดูเรือนร่างของมายด์ด้วยสายตาหื่นกระหาย ก่อนขยับตัวลุกขึ้น ยืนแล้วรูดซิปปลดกางเกงจนหลุดลุ่ยออกจากตัวไปอย่างรวดเร็วที่สุด และเมื่อท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ที่กำลังบวมเป่ง แสดงตัวออกมา เขาก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเคียงคู่กับมายด์ที่กำลังยืนตัวสั่นจ้องมองสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงกลาง หว่างขาของเขา แก้วกาแฟสองแก้วที่วางเกะกะอยู่บนโต๊ะถูกยกออกไปวางที่โต๊ะข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว จากนั้น เอก ก็อุ้มยกร่าง เปลือยขาวผ่องของเด็กสาวลงไปนอนหงายแผ่หราอยุ่บนโต๊ะนั้น ก่อนจัดแจงให้สองขาน้อย ๆ ของเด็กสาวถ่าง อ้าออกสุดเหยียดจนกลีบแคมขาวสะอาดเปิดแง้มอ้าออกมาน้อย ๆ "พี่เอกจ๋า มายด์เขิน" เด็กสาวที่เพิ่งโดนล่วงล้ำจนสำเร็จความใคร่ไปหมาด ๆ ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนเขินอาย เธอพยายามหนีบขา เข้าหากัน เพื่อปกปิดกลีบกุหลาบที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักที่เพิ่งคัดหลั่งออกมา หากกระนั้นชายหนุ่มก็จับยึด สองขาของเธอเอาไว้แน่นจนเด็กสาวไม่อาจจะหนีบขาเข้าไปได้ เอกจ้องมองภาพอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่บอยเองก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นยืนเพื่อจะได้ เห็นกลีบกุหลาบของเด็กสาวให้ชัดเจนขึ้น ภาพที่สะท้อนอยู่ในแววตาหื่นกระหายของสองชายหนุ่มจึงเป็นเนิน สวาทอันขาวอวบไร้ซึ่งเส้นไหมแพรมาบดบังความงดงามของโคกสวาทที่ดูจะอวบใหญ่และโหนกนูนเกินวัยเด็ก สองชายหนุ่มสุดหื่น กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความรู้สึกกระหายอยากลิ้มชิมรสกลีบ กุหลาบน้อย ๆ ของเด็กสาว หากแต่เวลานี้มีเพียงคนเดียวที่สามารถทำได้อย่างใจคิด บอยจึงได้แต่ยืนกลืน น้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างต่อเนื่อง ขณะได้แต่ยืนมองเอกใช้ปากจัดการกับกลีบกุหลาบน้อย ๆ ของเด็กสาว เอก จับสองขาของเด็กสาวถ่างอ้าออกจนสุดเหยียด ซึ่งเด็กสาวที่ตัวอ่อนเพราะเล่นยิมนาสติคมาตั้งแต่เด็กก็ อ้าออกได้จนกลีบแคมเผยอเปิดติ่งแตดสีชมพูสดใสออกมาให้เห็นได้ชัดเจน และเมื่อเห็นเป้าหมายชายหนุ่มก็ ก้มหน้าลงไปอ้างับและโลมเลียอย่างรวดเร็ว “อะ อ๊ายยยยยยยย “ เด็กสาวหวีดร้องเสียงดัง ตัวกระตุกเฮือก ๆ ไม่หยุด ความเสียวแปลบปลาบแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเด็กสาวดิ้น พล่านเกือบตกจากโต๊ะไปหลายครั้ง แต่กระนั้นสองแขนที่แข็งแรงยิ่งกว่าคีมเหล็กของเขาก็ยังคงจับยึดร่างของ เธอเอาไว้ให้คงอยู่บนโต๊ะตัวเล็กเช่นเดิม ความหฤหรรษ์ที่มากมายกว่านับสิบเท่าเมื่อเทียบกับที่ชายหนุ่มใช้นิ้วมือ ทำเอาเด็กสาวดิ้นพล่านจนแทบหมดเรี่ยว แรงเสียสิ้น ปลายลิ้นสาก ๆ ฉวัดเฉวียนแหย่แยงไปทั่วเนื้อนิ่มของเธอราวกับมีชีวิต ติ่งแตดที่แข็งเต่งไวต่อสัมผัสโดน ทั้งเลียทั้งเม้มดูดจนสั่นระริก อีกทั้งที่ด้านบนเต้านมที่เพิ่งแตกพานเท่าผลส้มก็โดนเขาบีบล้วงเคล้นคลึงไม่หยุดไป พร้อมกัน "อูยยยยยย ซี้ดสสส อ๊ายย พี่เอกจ๋า" มายด์ส่งเสียงร้องซี้ดซ้าดด้วยความเสียวไม่ขาดปาก ปากเล็ก ๆ เผยอหายใจหอบรุนแรง สะโพกน้อย ๆ ส่ายร่อนรับ ลิ้นยาว ๆ ที่กำลังฉกแยงไปทั่วร่องเสียวอย่างร้อนแรงด้วยอารมณ์กระสันต์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง และเมื่อถึงสรวงสวรรค์ เด็กสาวก็หวีดร้องออกมาเสียงดัง พร้อมกับจิกที่หัวของชายหนุ่มดึงรั้งเข้าหาตัว ในขณะที่แอ่น สะโพกโยกกลีบกุหลาบอัดเบียดเข้าไปจนเต็มหน้าชายหนุ่ม "พี่เอกจ๋า ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว อ๊ายยย" ร่างอ้อนแอ้นบอบบางกระตุกเร่า ๆ ไปมาอย่างรุนแรง ปลายเท้าสองข้างเหยียดเกร็งจนสุดแรง ร่องรูเสียวขมิบตอดรัด ลิ้นเรียว ๆ ที่แยงเข้าไปรุกล้ำภายใน สะโพกของเธอกระตุกร่อนหลายครั้งก่อนที่เด็กน้อยเจ้าของร่างจะหมดเรี่ยวแรง นอนหลับตาพริ้มหายใจหอบเหนื่อยอ่อนแทบสลบไสล เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเวลานี้ท่อนเอ็นอันใหญ่ยักษ์ราวกับท่อน ไม้ของชายหนุ่มกำลังจรดจ่อรอขยี้กลีบกุหลาบอันแสนบอบบางของเธออยู่แล้ว “โอ๊ยยย เจ็บ พี่เอกจ๋า มายด์เจ็บ ...” เด็กสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มซาบซ่านไปกับรสรักถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว เมื่อโดนชายหนุ่มกดสะโพกของเธอเข้าไปหา จนกลีบสวาทน้อย ๆ แหกอ้า เพราะแม้ว่าจะเคยโดนเขาเปิดบริสุทธ์ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ แต่นั่นก็เป็นเพราะรักยม ช่วยทำให้ของเขาเล็กลง จึงสามารถใส่เข้าไปในร่องรูอันคับเล็กของเด็กน้อยได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกของเธอที่ได้เจอ กับขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของเขาแบบเน้น ๆ ด้วยตัวเอง ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในอารมณ์หื่นจนหลงลืมไปว่าน้องสาวตัวน้อยของเขายังไม่เคยเจอกับของจริงถึงกับหยุดชะงัก ก่อนเตรียมจะส่งกระแสจิตเรียกรักยมให้มาช่วยลดขนาดให้เหมือนคราวที่แล้ว เพื่อจะได้ร่วมรักกับน้องมายด์ได้ หากแต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้มีผู้ชมอยู่อีกคน ซึ่งหากอยู่ดี ๆ จะลดขนาดลงไปคงเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งยังแอบรู้สึก สงสัยด้วยว่าเด็กสาวตัวน้อยอายุเพียง 11 ขวบ จะสามารถรองรับความใหญ่โตของเขาได้หรือเปล่า และนั่นก็ทำ ให้เขาเปลี่ยนใจดำเนินเกมกามต่อไปโดยไม่พึ่งมนต์คาถาของรักยม ความรู้สึกกระสันอยากขยี้สวาทเด็กสาวตัวน้อย ทำให้ชายหนุ่มจับยึดร่างเล็ก ๆ ของมายด์ให้หนาแน่นขึ้น ก่อน จับข้อพับตรงขาของมายด์ดันถ่างขึ้นไปจนสุดเหยียด จนกลีบกุหลาบเล็ก ๆ ที่ไร้เส้นขนแง้มอ้าเปิดเนื้อในสีชมพู ที่เปียกชื้นเป็นมันวาวราวอัญมณีให้เห็นได้อย่างชัดเจน “พี่เอกจ๋า มายด์กลัวเจ็บ ... ทำไมวันนี้ไอ้ตัวเล็กมันใหญ่จังล่ะจ๊ะ มายด์กลัว” เด็กสาวพูดเสียงสั่นด้วยดวงตากลมโตที่เอ่อน้ำตาน้อย ๆ เธอนอนตัวเกร็งจ้องมองความใหญ่โตตรงหว่างขาของ พี่ชายด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง ท่าทางอันกลัดมันของพี่ชายที่ไม่เหมือนการร่วมรักแบบค่อยเป็นค่อยไป ในครั้งแรกทำให้เด็กสาวรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่น้อย หากกระนั้น เด็กสาวก็อดไม่ได้ให้รู้สึกถึงความตื่นเต้นบางอย่าง ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างเล็ก ๆ เมื่อได้เห็นท่าทางที่แปลกไปของพี่ชาย เอก ใจอ่อนลงไม่น้อย เมื่อได้เห็นดวงตากลมโตเอ่อไปด้วยน้ำตา เขาตั้งใจจะหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้ แต่ว่าบอยที่ ทำหน้าที่เป็นผู้ชมอยู่เงียบ ๆ ยื่นเอาหลอดยาสีขาวอันหนึ่งออกมาให้ ซึ่งนั่นทำให้เขาตัดสินใจดำเนินหน้าต่อไป “เอ้า เจลหล่อลื่น อย่างดีเชียวนะ รับรองลื่นปรี๊ด ผมคิดว่าคุณคงต้องใช้ …. เฮ้ย ไม่ต้องมองหน้าผมแบบนั้น ผมไม่ได้พกติดตัวไว้ตลอดหรอก แต่วันนี้ตั้งใจจะเอามาใช้กับแพรน่ะแหละ อยากลองประตูหลังดูบ้าง … เอ้า รีบ ๆ เข้าเหอะ อยากดูฉากเด็ดจะแย่อยู่แล้ว เดี๋ยวมีคนเข้ามาอดกันพอดี” “ฮ่า ฮ่า รีบแก้ตัวเชียว แต่ก็ขอบคุณ” เอก ยิ้มขอบคุณขณะรับเอาเจลหล่อลื่นคุณภาพดีเอาไว้ จากนั้นก็รีบละเลงเนื้อเจลเย็น ๆ ลงบนท่อนเอ็นที่ กำลังแข็งโป๊กจนเป็นมันปลาบ ก่อนขยับตัวเบียดเข้าไปนั่งคร่อมเด็กสาวแล้วกดปลายหัวบานใหญ่ร่าจิ้มเข้า กับปากรูสวาทน้อย ๆ อีกครั้ง “โอ๊ยยย ...... พี่เอกจ๋า มายด์เจ็บ ...” เด็กสาวดิ้นพราด ร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง ซึ่งเพียงแค่โดนกดสัมผัสที่ด่านแรกเด็กสาวก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือน สองขาจะฉีกขาดออกจากกันเสียแล้ว เธอจึงพยายามใช้สองมือเล็ก ๆ ดันร่างของพี่ชายที่ค่อย ๆ โถมตัวดันเข้ามา พร้อมกับเบี่ยงส่ายสะโพกหลบความใหญ่ยักษ์สีดำคล้ำที่กำลังพยายามรุกล้ำเข้าไปในร่างกาย “เบา ๆ ช้า ๆ เขี่ยวน ๆ ก่อน ใจเย็น ๆ คุณเอก ... เด็กเค้ายังเล็กนิดเดียว แถมของคุณมันใหญ่มากเลย งานนี้คง เหนื่อยหน่อย” บอย พูดแนะนำด้วยน้ำเสียงอันแสนตื่นเต้นลุ้นระทึก ดวงตาของเขาลุกวาว หอบหายใจฟืดฟาด พร้อมกับบีบนวด คลึงเป้ากางเกงตัวเองไปกับภาพความเร้าใจเบื้องน้าไปด้วย เด็กนักเรียนตัวน้อยกำลังจะโดนสอยด้วยดุ้นอันใหญ่ ยักษ์ กลีบกุหลาบไซส์เล็กที่ปิดเม้มแนบสนิท ตอนนี้กำลังโดนบดบี้ทะลวงด้วยความแข็งแกร่งใหญ่โตจนแทบฉีก ขาดออกจากกัน ซึ่งแม้ว่าใจหนึ่งจะรู้สึกสงสารเด็กสาวตัวน้อยอยู่บ้างที่ต้องโดนของใหญ่ขนาดนี้ แต่อีกใจนั้นก็แอบ ลุ้นระทึกด้วยอยากเห็นกลีบสวาทของเด็กสาวโดนทะลวงให้แหกปลิ้นยับเยินด้วยเหมือนกัน เอก เพียงรับฟัง แต่ก็ไม่พูดไม่จาใด ๆ ด้วยกำลังตั้งสมาธิอยู่บนหนทางอันแสนคับแคบที่เบื้องล่าง แรงต่อต้านอัน น้อยนิดของเด็กสาวร่างเล็กที่พยายามผลักไสไม่มีผลใด ๆ ต่อการเคลื่อนไหวของเขาแม้แต่น้อย เขายังคงจับล๊อค ข้อพับของขาเล็ก ๆ ทั้งสองข้างเอาไว้จนแน่น พร้อมกับค่อย ๆ ดันตัวไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้าและมั่นคง ซึ่งเจล หล่อลื่นดูจะมีส่วนช่วยเหลือได้ไม่น้อยเมื่อความอวบอ้วนใหญ่โตของปลายหัวอันบานร่ากำลังค่อย ๆ โดนกลีบ กุหลาบอันแสนบอบบางกลืนกินเข้าไปทีละเล็กละน้อยอย่างช้า ๆ “พี่เอกจ๋า อูยยยยย มายด์เจ็บ อะ โอ๊ยยย” เด็กสาวทั้งเจ็บและจุกจนหมดแรงดิ้นได้แต่ส่งเสียงร้องโอดโอยภายใต้ร่างกำยำของชายหนุ่ม แม้ว่าจะมีเจลหล่อลื่น และน้ำรักที่หลั่งไหลอยู่เต็มร่องคอยช่วยเหลือ แต่ปลายหัวบานที่อวบใหญ่ก็ยังคงมิอาจจะแหย่ทะลวงเข้าไปด้านใน ได้ง่ายดายเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มจึงได้แต่กัดฟันทนค่อย ๆ ผลักค่อย ๆ ดันไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กับกระตุ้น อารมณ์ด้วยการละเล่นกับสองเต้านมกระเปาะเล็ก ๆ สลับกับดูดปากเด็กสาวไปพร้อมกัน หนทางอันแสนคับแคบทำเอาร่างของชายหนุ่มและเด็กสาวค่อย ๆ เปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อทั้ง ๆ ที่อากาศในร้าน กาแฟนั้นก็แสนจะเย็นเยียบ แถมบอยที่เป็นได้แค่คนดูก็ยืนลุ้นจนเหงื่อตกเช่นเดียวกัน แต่เพียงไม่นานนักความ เพียรพยายามของอันยาวนานของชายหนุ่มก็ประสบผลสำเร็จ เพราะเมื่อเขาเขี่ยวนไปมาไม่นานก็มีเสียงผลุบ ดังขึ้นพร้อมกับอาการกระตุกเฮือกและเสียงร้องวี้ดของเด็กสาว ... สุดท้ายส่วนปลายหัวที่บานโร่ก็มุดผลุบหาย เข้าไปในร่องรูสวาทอันเล็กจิ๋วของเด็กสาวจนได้ “โอ๊ยยย จะ เจ็บบบบ .... พี่เอกจ๋า มายด์เจ็บ พี่เอกหยุดก่อนนะ ... โอะ โอ๊ยยยยย” เด็กสาวสะดุ้งเฮือกตัวเด้งสะท้านสุดแรงเมื่อรู้สึกได้ถึงความจุกแน่นที่หลุดพรวดเข้าไปในร่างของเธอ เธอร้อง วิงวอนเสียงใสให้ชายหนุ่มหยุดหากแต่แทนที่เขาจะหยุด ชายหนุ่มที่เล็งเห็นโอกาสกลับเดินหน้ากดท่อนเอ็น จนจมพรวดเข้าไปในร่องรูอันแสนคับแน่นลึกอีกเกือบสองนิ้ว จนเด็กสาวต้องผวากรีดร้องออกมาอีกรอบ ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กสาวด้วยอารมณ์อันหลากหลาย หนึ่งนั้นก็รู้สึก สงสารที่อาจจะกระทำรุนแรงเกินไป แต่อีกใจหนึ่งนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นสะใจอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งความคับแน่น ที่ตอดรัดรอบท่อนเอ็นนั้นก็ฟิตคับเสียยิ่งกว่าร่องหลืบของผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยมีอะไรด้วยเสียแทบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ร่องหลืบของน้องหญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นสุดยอดของสุดยอด เอก ตัดสินใจหยุดการเคลื่อนไหวส่วนล่างเอาไว้แล้วหันมาดูดเลียนมกระเปาะน้อย ๆ สลับกับดูดไซร้ซอกคอ และดูดปากกับเด็กสาวเพื่อกระตุ้นอารมณ์กระสันต์ให้กับเด็กสาว ซึ่งเพียงไม่นานนักอารมณ์เจ็บและหวาดกลัว ของเด็กสาวก็ค่อย ๆ โดนแทนที่ด้วยเพลิงไฟแห่งความกระสันต์ “อูยยยย .... อืมมมมมม .... อือออออออ ... พี่จ๋า” มายด์ เริ่มร้องครางเบา ๆ เมื่อโดนเขากระตุ้นจุดสำคัญอย่างต่อเนื่องถี่ยิบ สองมือเล็ก ๆ ลูบไล้ไปตามลำคอและ หัวไหล่ของพี่ชายด้วยอารมณ์โหยหา สองขาที่เกร็งแน่นจนชาค่อย ๆ ขยับกระหวัดเข้ารัดบั้นเอวหนาของอีกฝ่าย ความเจ็บปวดอันสุดแสนทรมาณเมื่อครู่ผ่านพ้นไปราวกับเป็นเพียงฝันร้าย เพียงเวลาไม่นานเด็กสาวที่น้ำตานอง หน้าเมื่อครู่ก็โดนรุมเร้าด้วยความรู้สึกอันเสียวซ่านแห่งราคะเข้าเสียแล้ว “อึ๊ยยยย พี่เอกจ๋า มายด์จุก …. แต่เสียวจัง …. พี่เอกจ๋า ช่วยมายด์ด้วย ... ปั่มป๊ามมายด์เร็ว ๆ ” เด็กสาวเริ่มขยับตัวดิ้นพราด ๆ อีกครั้งเมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับซอยสะโพกแบบสั้น ๆ เนิบ ๆ สัมผัสของร่องหลืบที่ อ้าตอดรัดสัมผัสความเป็นชายของเขามันช่างเสียวซ่านเอร็ดอร่อยเสียจนเด็กสาวเริ่มรู้สึกได้ถึงสวรรค์ที่อยู่แค่ เอื้อมอีกครั้ง และเมื่อเขาเสือกไสกดแก่นกายรุกล้ำลึกเข้าไปร่างของเธอมากกว่าเดิมจนชนกึกเข้ากับปากมดลูก ความจุกแน่นอันสุดแสนสยิวก็ทำให้เด็กสาวตัวกระตุกเกร็ง ก่อนส่งเสียงหวีดร้องออกมาด้วยความสุขสันต์เป็น คราครั้งที่สอง “อูยยยย ของมายด์ตอดสุดยอดเลย นี่ขนาดเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวนะ ซี้ดดสสสสส ” เอก ส่งเสียงกระเส่าด้วยใบหน้าอันบิดเบี้ยวเหยเกขณะก้มลงมองภาพอันแสนสยิวที่ตรงเบื้องล่าง กลีบกุหลาบ น้อย ๆ ของเด็กสาวตอนนี้บวมเป่งปลิ้นอ่าเต็มที่จนแทบฉีกขาด เพราะโดนเขายัดเยียดเอาแก่นกายไซส์ยักษ์ เข้าไปแบบเต็มที่ ซึ่งแม้ว่าจะสอดใส่ท่อนเอ็นเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งของความยาว แต่ร่องเสียวของเด็กสาวที่ทั้ง ดูดทั้งตอดรัดรับท่อนลำของเขาแบบสุด ๆ ก็เกือบทำให้น้ำของเขาแตกทะลักออกมาอยู่รอมร่อแล้ว “มายด์จ๋า พี่ยังไม่เสร็จเลย ขอพี่ปั่มป๊ามอีกรอบนะ” เอก ถามเด็กสาวที่กำลังนอนหอบหายใจกระเส่าแบบไม่ต้องการคำตอบ เพราะถามไม่ทันจบ เขาก็รั้งร่างของ เด็กสาวมากอดแนบไว้พร้อมกับลุกขึ้นอยู่ในท่ายืนเสียแล้ว จากนั้นก็จัดแจงให้สองแขนเล็ก ๆ ของเด็กสาวโอบ อยู่ที่รอบคอของเขา ก่อนขยับมือลงไปช้อนที่สะโพกเล็ก ๆ ของเด็กสาวเป็นการรั้งน้ำหนักเอาไว้ไม่ให้เธอหลุด ออกไปจากอ้อมกอด แล้วก็หันไปยิ้ม และพูดโอ้อวดกับบอยที่กำลังมองดูด้วยสายตาอันลุกโพลงอยู่ “คุณบอย ท่าลิงอุ้มแตงที่คุณว่า มันส์สะใจจริง ๆ นั่นแหละ อุ้มไปกระเด้าไป” เอก พูดด้วยน้ำเสียงคล้ายเด็กน้อยที่โอ้อวดของเล่นใหม่กับเพื่อน ก่อนหันมาแอ่นเอวเสยท่อนเอ็นเข้าใส่ร่อง หลืบอันฟิตแน่นของเด็กสาวทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในท่ายืน ความกระสันอันต่อเนื่องทำเอาเด็กสาวตัวน้อยที่เพิ่งจะ ไปถึงสวรรค์มาหมาด ๆ หลับตาปี๋กอดร่างพี่ชายไว้สุดแรง ท่วงท่าที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้จุดสัมผัสภายใน เปลี่ยนแปลงไปด้วย และคราครั้งนี้ความกระสันดูจะรุนแรงล้ำลึกมากกว่าครั้งที่แล้วอีกหลายเท่า เด็กสาว ตัวน้อยจึงได้แต่ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาแทบไม่เป็นภาษา “พี่จ๋า มายด์เสียว อ๊ายยย พี่จ๋า พี่จ๋า ซี้ดดดสสสสสส” เด็กสาวร้องครวญครางอย่างสุดจะกลั้นไหว ร่างเล็ก ๆ บอบบางเด้งขึ้นเด้งลงไม่หยุดราวกับเป็นเพียงตุ๊กตา ตัวน้อยที่ไร้น้ำหนัก ด้วยโดนเขากระหน่ำเสยแทงแยงท่อนเอ็นวิ่งเข้าวิ่งออกอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว บางครั้ง เด็กสาวก็ถึงกับจุกเมื่อชายหนุ่มเผลอกดเอวลึกจนชนกึกเข้ากับสุดปลายทางที่เป็นปากมดลูก แต่กระนั้นนั่นก็ เป็นเพียงเศษเสี้ยวแห่งความรู้สึกเมื่อเทียบกับความเสียวซ่านแปลบปลาบร้อนแรงที่กำลังได้รับ ลีลารักอันร้อนแรงซาบซ่านของชายหนุ่มรุนแรงจนเด็กสาวตัวน้อยสุดจะทานทนไหว สุดท้ายเมื่อเขากระเด้าเอว ใส่อีกไม่กี่ครั้ง เด็กสาวก็ดิ้นเร่า ๆ หวีดร้องออกมาอย่างสุขสมเป็นรอบที่สาม และเมื่อเขายังคงกระเด้าเอวซอย ต่อแบบไม่หยุดพัก ความกระสันในร่างของเด็กสาวที่สติกระเจิดกระเจิงจึงระเบิดปะทุออกมาอย่างต่อเนื่องโดย ไม่มีหยุดยั้ง สุดท้ายแล้วภายในเวลาแค่ไม่ถึงสิบนาที มายด์ เด็กสาวตัวน้อยก็ต้องส่งเสียงหวีดร้องออกมาเป็น รอบที่สี่ และห้าติด ๆ กัน ชายหนุ่มที่กำลังกระเด้าเอวอย่างเมามันส์ เมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังใกล้จะถึงจุดสุดยอด ก็รีบก้มตัววางร่าง อันอ่อนเปลี้ยของน้องสาวลงบนโต๊ะกาแฟเช่นเดิม จากนั้นก็จับท่อนเอ็นที่กำลังบวมเป่งของตัวเองยัดใส่เข้าไป ในริมฝีปากบางของเด็กสาวแล้วใช้มือรูดยิก ๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะพ่นกระฉูดน้ำกามข้นขลั่กเข้าไปจนเต็ม ปากน้อย ๆ และเมื่อน้ำขาว ๆ เอ่อล้นออกมาจากริมฝีปากบาง ชายหนุ่มก็ส่งเสียงครางหื่น ๆ แล้วจับเอาท่อนเอ็นที่ยังคง กระตุกหงึก ๆ ถูไถไปตามแก้มใส ๆ ของเด็กสาวตัวน้อยจนเป็นมันปลาบไปทั้งใบหน้า ก่อนทรุดตัวลงไปนั่ง หอบบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าอันแสนสุขสม ปล่อยให้เด็กสาวตัวน้อยที่เพิ่งเสร็จสมไปถึงห้าครั้งนอนหลับตาพริ้ม สลบเหมือดระทดระทวยหมดเรี่ยวแรงในสภาพเปลือยกายอยู่บนโต๊ะ โดยมีบอยที่กำลังใช้กางเกงในเนื้อนิ่ม ของมายด์มารูดถอกท่อนเอ็นตัวเองยิก ๆ ยืนมองด้วยสายตาที่อยากจะกลืนกินเด็กสาวอยู่ข้าง ๆ ... บอย ที่กำลังใช้กางเกงในของมายด์มาห่อหุ้มท่อนเอ็นแล้วรูดถอกยิก ๆ หันไปมองทางเอกที่นั่งหอบอยู่ด้วย สายตาเหมือนจะขออณุญาติ ซึ่งเมื่อเอกเพียงยิ้มตอบให้เหมือนจะบอกว่าไม่ขัดข้อง บอยก็ขยับตัวขึ้นไปยืน คร่อมอยู่บนร่างขาวโพลนของเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังหลับตาพริ้ม แล้วจับเอาส่วนปลายท่อนเอ็นถูไถไปตาม ใบหน้าสวยน่ารักสดใสที่เปรอะเลอะไปด้วยน้ำกามของเอกด้วยอารมณ์หื่น “อืมมม พี่เอกจ๋า … มายด์รักพี่เอก จุ๊บ …” มายด์ แม้จะแทบไร้เรี่ยวแรงขยับตัวเพราะโดนเอกส่งไปถึงสวรรค์ห้ารอบติด ๆ กัน แต่กระนั้นอารมณ์อันเร่า ร้อนของเด็กสาวก็ยังคงแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด เมื่อมีเจ้าสิ่งนั้นถูไถวนไปมาที่ริมฝีปาก เด็กสาวที่ยังคง หลับตาพริ้มจึงเผยออ้าปากจูบที่ตรงส่วนปลายของดุ้นด้วยอยากเอาใจพี่ชายสุดที่รัก โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ความจริงแล้วเป็นดุ้นของชายแปลกหน้าที่ชื่อว่าบอยต่างหาก ‘อูวววว สุดยอด เลียให้ด้วยวุ้ย ซี้ดดสสสส โคตรเสียวเลย เข้าใจว่าเป็นพี่ชายแบบนี้แหละดีแล้ว เลียให้พี่บอย ต่ออีกหน่อยนะจ๊ะน้องมายด์สุดสวย ซี้ดดสสส’ บอย ได้แต่เก็บเสียงครางของตัวเองเอาไว้ พลางคิดในใจไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมา เพราะคิดว่าสวมรอยแบบ นี้น่าจะดีที่สุดแล้ว แต่เพื่อความมั่นใจอีกขั้น บอย จึงหยิบเอากางเกงในที่เลอะไปด้วยน้ำเงี่ยนของเขามาวางแหมะ ปิดตาทั้งสองข้างของเด็กสาวเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เธอลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าของเขาเสียก่อน ด้วยความเข้าใจผิดของเด็กสาวว่าเป็นพี่ชายตัวเอง เธอจึงตั้งอกตั้งใจให้บริการสุดที่รักของเธออย่างเต็มที่ เรียว ลิ้นสีชมพูอันอ่อนนุ่มของเด็กสาวจึงแลบออกมาเลียกวาดไปตามร่องหยักของส่วนปลายหัวจนถ้วนทั่ว และถึงแม้ ว่าลีลาเชิงกามของเด็กสาวจะไม่แพรวพราวเหมือนสาวร่านสวาทมากประสบการณ์ หากแต่กิริยาอันไร้เดียงสา ของเด็กสาวก็กระตุ้นอารมณ์กระสันต์ของบอยจนเขาตัวสั่นเทิ้มได้ยิ่งกว่าลีลาขั้นเทพของบรรดาสาวแรดร่านที่ เขาเคยมีอะไรด้วยเสียอีก และเมื่อเด็กสาวยอมเปิดปากอ้าอมเอาส่วนนั้นของเขาเข้าไปชายหนุ่มก็ถึงกับส่งเสียง ครางกระเส่า เสียวจนตัวงอแทบยืนหยัดตัวเองเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว มายด์ ที่กำลังอยู่ในอารมณ์อันเร่าร้อน ไม่ได้รู้สึกสะกิดใจแม้เพียงน้อยนิด ว่าขนาดของแท่งเนื้อที่อัดอยู่ในโพรงปาก ดูจะเล็กลงไปไม่น้อยเมื่อเทียบกับของพี่ชาย อีกทั้งเสียงครางที่เพิ่งจะได้ยินก็ดูจะแปลกหูไปนิดหน่อยด้วย หากแต่ นั่นก็เป็นเพียงแค่เศษธุลีดินของความคิดที่กำลังหมุนวนอยู่ในกระแสพายุแห่งราคะอันเชี่ยวกราก เด็กสาวตัวน้อย จึงมิได้คิดใส่ใจแต่อย่างใด ในความคิดของเด็กสาวตอนนี้มีแต่เพียงความเร่าร้อนที่กำลังกระตุกหงึก ๆ อยู่ในภาย ในปากของเธอ และกลิ่นคาวคลุ้งของน้ำกามที่เหมือนจะหอมหวานน่าลิ้มลองเสียยิ่งกว่าน้ำหวานรสโอชะใด ๆ ความรู้สึกอยากปรนเปรอพี่ชายให้ร้องครวญครางออกมามากกว่านี้ ทำให้เด็กสาวแอบนึกไปถึงกระบวนท่าลีลา ของพี่หญิงที่ทำให้พี่ชายของเธอ เด็กสาวตัวน้อยจึงขยับมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างมาคว้าหมับเข้ากับท่อนลำที่ดิ้นหงึก ๆ อยู่ในปาก ก่อนออกแรงรูดถอกใส่ท่อนเอ็นนั้นแบบถี่ยิบ “โอวววว ซี้ดดดสสสสส โอยยยยย” บอย ที่ตั้งใจจะปิดปากเงียบถึงกับเผลอส่งเสียงร้องครางกระเส่าออกมาอย่างอดไม่ได้ ความเสียวที่แล่นวาบไปทั่ว แก่นกายทำเอาเขาถึงกับกระตุกตัววาบ ๆ บิดสะโพกโยกท่อนเอ็นคว้านไปมาในโพรงปากของเด็กสาวอย่างสุดกระ สัน และเมื่อเด็กสาวยังคงละเลงลิ้นเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง ชายหนุ่มที่กำลังอารมณ์พุ่งกระฉูดก็ใช้สองมือขยุ้มไปที่ ศรีษะเล็ก ๆ ของเด็กสาว แล้วกระเด้าเอวอัดเอาท่อนเอ็นเข้าไปในปากน้อย ๆ ของเด็กสาวแบบถี่ยิบ ก่อนที่น้ำกาม ขาวข้นจะพุ่งปรี๊ดไหลลื่นเข้าไปจนเต็มแล้วล้นทะลักออกมาที่มุมปากของมายด์ เด็กสาววัยเพียง 11 ขวบ ชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่เมื่อน้ำเมือกอันร้อนผ่าวเอ่อล้นเข้าไปในปากน้อย ๆ ของเธอ ก่อนตัดสิน ใจค่อย ๆ กลืนเอารสชาติอันคาวเฝื่อนที่น่าหลงไหลลงคอไปทีละน้อยจนหมดสิ้น แล้วส่งยิ้มหวานสดใสออกมา และ เอ่ยปากขอคำชมเชย เมื่อเขาลากเอาท่อนเอ็นออกไปจากปากของเธอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเจ้าของท่อนเอ็นที่เธอเพิ่งให้ บริการอย่างเต็มที่นั้นคือของบอย “มายด์แอบทำเลียนแบบพี่หญิงล่ะ มายด์เก่งมั้ยจ๊ะ พี่เอก” “เอาใหญ่แล้วนะเรา ไม่ได้แอบดูเฉย ๆ แต่แอบจำเอามาใช้ด้วยเชียว” เอก ลุกขึ้นมาดันไหล่ของบอยให้หลบออกไป พลางขยิบตาสื่อความหมายประมาณว่าให้มายด์เข้าใจผิดต่อไปน่ะ ดีแล้ว ซึ่งบอยก็ดูเหมือนจะเข้าใจแต่โดยดี เขาจึงขยับตัวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนรีบจัดแจงใส่กางเกงตัวเองเสียให้ เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็มายด์อยากทำให้พี่เอกมีความสุขนี่จ๊ะ ... มายด์อยากให้พี่เอกรักมายด์แบบพี่หญิงนี่นา” เด็กสาวเอื้อมมือมาหยิบเอากางเกงในที่วางปิดใบหน้าของเธอออกแล้วหันมามองเอกที่ลุกขึ้นมายืนพอดี เธอทำหน้า เสียเหมือนจะร้องไห้ เมื่อไม่ได้รับคำชมเชยอย่างที่ต้องการ แถมยังเหมือนโดนต่อว่าอีกต่างหาก “โอ๋ ๆ พี่ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย มายด์เก่งมากเลยรู้มั้ย แต่ว่าจำไว้นะ ห้ามทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นเด็ดขาดรู้มั้ย” เอก รีบส่งเสียงโอ๋ แล้วก็ชมเชยเด็กสาว แถมยังพูดห้ามไม่ให้เด็กสาวไปทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นอีกต่างหาก ทั้ง ๆ ที่ เมื่อครู่นี้ก็เป็นเขาเองที่ยอมให้บอยแอบสวมรอยเป็นเขา แล้วกระเด้ากับปากของน้องสาวตัวน้อยจนน้ำแตก “จ้ะ มายด์จะหัดทำให้เก่ง ๆ แบบไม่แพ้พี่หญิงเลย แล้วมายด์ก็จะทำให้แต่พี่เอกคนเดียวนะจ๊ะ มายด์สัญญา” เพียงได้รับคำชมเชยเล็กน้อย เด็กสาวที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่เมื่อครู่ ก็ถึงกับฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างสดใส ก่อนหันไปมองทางบอยที่กำลังนั่งทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ “เอ ... แล้วพี่บอย เชื่อหรือยังล่ะจ๊ะ ว่ามายด์ เป็นแฟนกับพี่เอกจริง ๆ” “ฮ่า ฮ่า ทำขนาดนี้จะยังไม่เชื่อได้ยังไงล่ะ ว่าแต่วันหลัง ขอพี่ดูมายด์ปั่มป๊ามกับเอกอีกจะได้มั้ยเนี่ย” บอย หัวเราะร่วนที่มายด์ยังคงยึดถือเรื่องโกหกเล็กน้อยของเอกไว้ในใจทั้ง ๆ ที่เขาก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยัง คงพูดแบบไม่กล้ามองสบตากับดวงตากลมโตอันแสนสดใสของเด็กสาว เพราะกลัวจะเผลอเผยพิรุธออกมาให้ เธอจับได้ แต่เขาก็เพียงคิดมากไปเองฝ่ายเดียว เพราะเด็กสาวไม่ได้คิดสงสัยอะไรแม้เพียงน้อยนิด เธอเพียงส่ง เสียงหัวเราะคิกคักอย่างยินดี ก่อนหันไปส่งรอยยิ้มอันหวานสดใสให้กับเอกด้วยความยินดีอย่างยิ่งที่เธอมีสถานะ อื่นที่นอกเหนือจากคำว่าน้องสาวแล้ว ... และนั่นก็คือสถานะที่เรียกว่า แฟน “มายด์ไม่รู้จ้ะ มายด์แล้วแต่พี่เอก ถ้าพี่เอกบอกให้ทำอะไรมายด์ก็ยอมหมดอยู่แล้ว” “อืม ... เรื่องปั่มป๊ามน่ะ มายด์ต้องโดนบ่อย ๆ แทบทุกวันแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่ว่าจะยอมให้มีผู้ชมหรือเปล่านี่ ผมขอ คิดดูก่อนนะครับคุณบอย หึ หึ” “ฮ่า ฮ่า อย่าซีเรียสครับ ได้ขนาดนี้ครั้งนึงกับเด็กสาวที่ทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างน้องมายด์ผมก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว แต่ถ้าได้มากกว่านั้นผมคงจะดีใจตายเลย ฮ่า ฮ่า” บอย ตอบคำเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็ไม่วายแอบชำเลืองมองริมฝีปากน้อย ๆ ของเด็กสาวที่เขาเพิ่งจะน้ำแตกใส่ ไปหมาด ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการ ซึ่งแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กน้อยอายุเพียง 11 ขวบ แต่เสน่หาแห่งเรือนกายของมายด์เด็กสาวตัวน้อยที่แสนจะสดใสน่ารักก็ได้ตราตรึงฝังอยู่ในดวงใจของเขาเข้า เสียแล้ว เอกไม่ตอบคำ เขาเพียงส่งยิ้มอันอบอุ่นให้ แล้วก็ทรุดตัวลงมานั่งข้าง ๆ ร่างอันเปลือยเปล่าของมายด์ จากนั้น ก็หยิบเอากางเกงในและเสื้อซับของเธอมาเช็ดคราบน้ำกามอันเปรอะเปื้อนตามใบหน้าและเนื้อตัวให้ ก่อนพยุง ร่างที่กะปลกกะเปลี้ยหมดเรี่ยวแรงให้ลุกขึ้นมาใส่เสื้อและกระโปรงนักเรียนทีละชิ้นอย่างอ่อนโยน กิริยาเอาใจใส่ของผู้เป็นทั้งพี่ชายและคนรัก ทำเอาเด็กสาวรู้สึกอบอุ่นวาบหวามจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธออด ไม่ได้ต้องอ้าแขนโอบกอดพร้อมกับบรรจงจูบแก้มของพี่ชายด้วยความสุขที่กำลังล้นปรี่ ซึ่งแม้จะรู้ดีว่าพี่ชาย ของเธอจะมีใครหลายคนอยู่ในหัวใจ แต่เด็กสาวตัวน้อยก็รับรู้ได้ด้วยตัวเอง ว่าหัวใจดวงน้อย ๆ ทั้งสี่ห้องของ เธอคงมิอาจจะมอบให้ใครได้อีกแล้ว นอกจากพี่ชายคนนี้ของเธอ ... พี่ชายสุดที่รัก ...

ไม่มีความคิดเห็น: