วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ศึกสองนางพญา ตอนที่ 9 วางยาหว่านเสน่ห์

 
วิกาลนั้น ไทเฮาแมนจูผลัดเปลี่ยนเป็นสวมชุดขาวสะอาด แต่งกายเช่นสตรีชาวฮั่น ถือถาดไม้จัดวางป้านสุราและจอกเปล่า ติดตามทหารแมนจูผู้หนึ่งเข้าสู่ห้องคุมขัง
ทหารแมนจูนั้นเปิดประตูห้องหุงเฉิงโฉว ให้นางเข้าไป จากนั้นปิดประตูห้องลง หันกายจากไป
ไทเฮาแมนจูวางถาดลงที่มุมเตียง ย่อพระวรกายคารวะหุงเฉิงโฉว ตรัสว่า
“
น้อมพบแม่ทัพหุง”
หุงเฉิงโฉวกวาดมองนางแวบหนึ่ง ถามว่า
“
ท่านเป็นใคร”
“
ข้าพเจ้าเป็นสตรีชาวตงง้วน นับถือเลื่อมใสในตัวแม่ทัพหุงตลอดมา ดังนั้นติดสินบนทหารที่คุมคุกลงมาพบหน้าแม่ทัพหุงสักครา”
“
ที่นี่เป็นที่คุมขังเชลยสำคัญของแมนจู ไหนเลยให้ท่านเข้าออกโดยอิสระได้”
ไทเฮาแมนจูตรัสอย่างยิ้มแย้ม
“
ท่านกระทั่งความตายยังไม่กลัว ยังมีเรื่องใดสร้างความตระหนกแก่ท่าน แม่ทัพหุงตัดใจอดอาหารเป็นที่เลื่อมใสของเรายิ่ง เพียงไม่ทราบแม่ทัพหุงมีกำลังขวัญดื่มสุราพิษหรือไม่”
“
สุราพิษ”
ไทเฮาแมนจูทรงหยิบฉวยป้านสุรา รินสุราลงในจอกเปล่าประคองส่งถึงเบื้องหน้าหุงเฉิงโฉว ตรัสว่า
“
ดื่มสุราพิษต้องใช้ความกล้าหาญอยู่บ้าง แม่ทัพหุงกลัวหรือไม่”
หุงเฉิงโฉวรับจอกมา ยืดคอดื่มสุราลงไป ไทเฮาแมนจูทรงรับจอกเปล่ากลับ รินสุราให้อีกจอกหนึ่ง หุงเฉิงโฉวดื่มตามลงไปจากนั้นขว้างจอกเปล่าทิ้ง กล่าวว่า
“
วันนี้เราสามารถพลีชีวิตเพื่อชาติ ก็ไม่มีความอาลัยอาวรณ์อีก”
เอ่ยถึงตอนนี้ รู้สึกร่างร้อนรุ่ม ต้องขยับปกเสื้อคราหนึ่ง
ไทเฮาแมนจูตรัสอย่างยิ้มแย้ม
“
แม่ทัพหุงรู้สึกเป็นอย่างไร”
“
เราร้อนรุ่มยิ่ง ไม่ทราบไฉนร้อนรุ่มปานนี้”
“
คาดว่าฤทธิ์ยากำเริบแล้ว เราจะแก้ปกเสื้อของท่าน ช่วยให้ท่านสบายกว่าเดิม”
พลางยื่นพระดรรชนีเรียวงาม แบะขยายปกเสื้อให้กับหุงเฉิงโฉว
หุงเฉิงโฉวยังมีสติสัมปชัญญะหลงเหลือ พลันยื่นมือปัดป่ายร้องว่า
“
ท่านหลีกไป อย่าได้กระทบถูกเรา”
ไทเฮาแมนจูกลอกพระเนตรหยาดเยิ้ม ตรัสว่า
“
แม่ทัพหุงเห็นการตายดุจกลับคืนมาตุภูม เป็นที่เลื่อมใสของเรายิ่ง โปรดรับการกราบกรานจากเราสักครา”
พลางย่อพระวรกายกราบคารวะอย่างชดช้อย
หุงเฉิงโฉวรีบยื่นมือประคองนางไว้ พริบตาที่กระทบถูก พลันสะท้านขึ้นดุจสายฟ้าฟาดใส่ ไทเฮาแมนจูฉกฉวยโอกาสซุกพระพักตร์กับอ้อมอกอีกฝ่ายหนึ่ง
หุงเฉิงโฉวรู้สึกร่างร้อนรุ่มดุจมีกองเพลิงเผาผลาญ ต้องโอบร่างอบอุ่นนุ่มนิ่มที่แอบอิงเข้ามาไว้อย่างลืมตัว
ไทเฮาแมนจูจงใจยั่วสวาทหุงเฉิงโฉวเต็มที่ ขยับร่างให้ปกเสื้อเปิดออก เผยเห็นช่วงคอขาวผ่อง เนินอกสร้างรำไร ปรากฏต่อสายตาของแม่ทัพหุง ความต้องการของเขาพลันคุโชนขึ้น ยื่นมือโอบเอวคอดกิ่วของไทเฮาแมนจูไว้ ซุกไซ้จมูกกับจอนผมนาง ไทเฮาทรงพระสรวลคิกคักอย่างยวนยั่ว ส่ายพระพักตร์หลบไปมา
หุงเฉิงโฉวยิ่นมือกระชากปกเสื้อของไทเฮาแมนจู กระชากจนขาดหลุดรุ่ย เผยเห็นตัวเอี๊ยมสีชมพู จากนั้นโอบกอดรัดนางไว้แนบแน่น บดขยี้ไปที่ริมโอษฐ์แดงชุ่มชื้น ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่า ระดมจูบไปทั่ว มือเคลื่อนไหวปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่เหลือของนาง
ชั่วครู่เดียวเสื้อผ้าของนางก็หลุดลุ่ยไปสิ้น ไทเฮาแมนจูจงใจส่งเสียงครางออกมา หอบหายใจแรง แม่ทัพหุงยิ่งพุ่งพล่นหนักขึ้นใบหน้ากลับกลายเป็นสีแดงก่ำ รู้สึกหัวใจร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา ท้องน้อยปวดแปลบราวถูกเข็มแทง ก้มลงซุกหน้าไปที่ทรวงอกอวบอิ่ม มือคว้าไปที่ปทุมถันถันอ่อนหยุ่น บีบขยำอย่างรุนแรงสร้างความเจ็บปวดแก่ไทเฮาแมนจูจนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ในความเจ็บปวด แฝงความหฤหรรษ์อย่างประหลาด

“
แม่ทัพหุง”
ไทเฮาร้องเรียกเสียงสั่นเครือ ดวงตาของนางหยาดเยิ้ม แก้มแดงเรื่อ ลมหายใจกระชั่นถี่ น้ำเสียงแฝงกลิ่นอายยวนยั่ว กระตุ้นสัญชาตญานความใคร่ของหุงเฉิงโฉวให้พลุ่งพล่านยิ่งขึ้น

“
นางจิ้งจอก”
หุงเฉิงโฉวร้องเรียกเสียงกระเส่า รู้สึกยิ่งมายิ่งร้อนรุ่ม ตะโบมจูบไปทั่วพระวรกายขาวผ่องของไทเฮาแมนจูอย่างหิวกระหาย แล้วผลักไสนางนอนลง
สายตาจ้องมองปทุมถันกลมกลึง ที่มียอดถันสีชมพูอ่อนๆ เป็นจุกเล็กๆ บริเวณป้านรอบปลายยอดเป็นสีชมพูจางๆกลมกลืนไปกับผิวเนื้อขาวผ่องดูบริสุทธิ์ผิดกับสตรีสามัญชนทั่วไป ที่จริงแล้วไทเฮาแมนจูเองก็แอบภูมิใจกับปทุมถันคู่งามของตัวเองมาก แม้นจะผ่านมือชายมาแล้ว แต่ก็ยังคงอวบอูมตูมตั้งเป็นก้อนกลมไม่ยานคล้อยแม้แต่น้อย หุงเฉิงโฉวกวาดตาสำรวจเรือนร่างเปล่าเปลือยของนางลงไปถึงเบื้องล่าง ก็เห็นเป็นโหนกเนินที่มีขนสีดำอ่อนนุ่มปกคลุมอยู่ทั่ว
ไทเฮาแมนจูสังเกตุอากัปกิริยาของเขาอยู่จึงแกล้งอุทานเบาๆ ก่อนเอามือมาปกปิดส่วนหวงห้าม กระตุ้นไฟราคะของแม่ทัพหุงให้ฮือโหมขึ้น เขาโถมตัวลง ก้มหน้าใช้ลิ้นเลียเนินอกของไทเฮาแมนจู แล้วอ้าปากขบงับหัวนมสีชมพู เม้มดึงขยี้จนปลายยอดตั้งชันขึ้นมาในทันที
"
แม่ทัพหุง. .. อย่า.."ไทเฮาแมนจูแสร้งร้องห้าม หากแฝงจริตยวนยั่ว
หุงเฉิงโฉวถูกฤทธิ์ยากระตุ้นสวาทไหนเลยสนใจกับคำห้ามปรามของนาง ภายใต้ไฟราคะฮือโหมกลับแสยะยิ้มตวาดด่า
"
นางจิ้งจอก ท่านจงใจยั่วสวาทเรา แล้วจะมาบอกให้หยุดอีกหรือ มาเถอะจะเย็ดให้หนำใจเลย" พูดจบก็กระชากร่างนางเข้ามา กอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างบ้าคลั่ง ดูดเฟ้นเต้านมนางอย่างแรง มืออีกข้างก็ขยี้เต้าที่เหลือ พร้อมกับใช้นิ้วบี้หัวนมนางเบาๆ
"
อูยยยย..."
ไทเฮาแมนจูสะบัดพระพักตร์ต้องคราง หุงเฉิงโฉวลิ้นรัวหัวนมถี่ยิบ จนไทเฮาถึงกับแอ่นปทุมถันสู้ปลายลิ้นของเขาที่ตวัดฉับไวเหมือนกับลิ้นงู หุงเฉิงโฉวดูดกินถันอวบของไทเฮาจนหนำใจ มือหยาบสากบีบก้อนเนื้ออวบหยุ่นเต่งตึงของนางจนทะลักออกมาจากมือ แล้วดูดดังจ๊วบจนแดงเป็นจ้ำๆ ก่อนจะไช้ลิ้นไซ้ลงมาจนถึงท้องน้อยของนาง

"
อย่า"
ไทเฮาเลื่อนพระหัตถ์ลงไปปิดโคกหีเอาไว้อีกครั้ง หุงเฉิงโฉวปัดมือนางออก ยื่นมือลูบคลำรู้สึกละเอียดอ่อนดังรวงผึ้งซ้ำเรียบรื่นกว่า เขาโลมลิ้นไปบนเนินเนื้อขาวผ่องถูไถมบหน้าไปมาบนขนหมอยนุ่มละมุนแล้วบุกจู่โจมตรงกลีบสีชมพูสด
"
อ...อ.... แม่ทัพหุง....แม่ทัพหุง......"
ไทเฮาร้องเรียกเสียงสั่นพร่า แต่พระหัตถ์กลับกดศีรษะหุงเฉิงโฉวให้ทำงานหนักเข้าไปอีก ลิ้นของเขาฉกตวัดอย่างชำนาญ ริมฝีปากซุกไซ้ดูดดุนติ่งแตดไปมา ไม่นานนักไทเฮาก็สั่นระริก รูหีขมิบน้ำเงี่ยนอออกมาจนเลอะปากหุงเฉิงโฉว
"
แม่ทัพหุง.. เรา...เราจะไม่...ไหวแล้ว...." ไทเฮาแมนจูครางเสียงกระเส่า

ไม่มีความคิดเห็น: