ขายของ

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ศึกสองนางพญา ตอนที่ 7 จอหงวนผู้ภักดี



ปีที่สิบห้าในรัชกาลฉุงเจินฮ่องเต้ กองทัพแมนจูอันเกรียงไกรกรีธาทัพบุกแผ่นดินจีน ตีเมืองจิ่นโจมล้อมภูเขาซุงซานไว้ ทหารไต้เหม็งเสียงตายต้านข้าศึกหลังเลือดชโลมผืนปฐพีปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนอย่างสุดชีวิต ในที่สุดขาดกำลังสนับสนุนสิ้นเสบียงไร้อาวุธ เมื่อเดือนสอง ภูเขาซุงซานถูกยึดครอง แม่ทัพไต้เหม็งหุงเฉิงโฉวถูกจับกุมเป็นเชลย
แม่ทัพฝ่ายแมนจูที่พิชิตศึกซุงซานเป็นเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์นามตัวเอ่อกุ้น ซึ่งนับถือเลื่อมใสในความหาญฮึกของหุงเฉิงโฉวดังนั้นเกลี้ยกล่อมสวามิภักดิ์ต่อแมนจู แต่หุงเฉิงโฉวยอมตายไม่ยอมสยบ
การพ่ายศึกที่ภูเขาซุงซาน นับเป็นลางแห่งความพินาศของราชวงศ์เหม็ง

...................................................................................
ในวังเวี้ยหัว บนระเบียงหินอ่อน ฉางผิงกงจู้นั่งดีดพิณอยู่หลังโต๊ะยาว บนโต๊ะยังเผากำยานกระถางนางหนึ่ง
เสียงพิณกังวานอยู่ในอากาศคล้ายไข่มุกร่วงลงบนจานหยก ปานหระหนึ่งดุริยทิพย์จากฟ้าบรรเลงขับกล่อมทุกผู้คนในโลกหล้า
พลันปรากฏนางกำนัลนางหนึ่งในชุดบางเบาเดินอกกระเพื่อมขึ้นบันไดศิลา บรรลุดถึงบนระเบียงรายงานว่า
เรียนองค์หญิง จอหงวนคนใหม่โจมซื่อเสี่ยนรอเข้าพบเป็นเวลานานแล้ว”
ฉางผิงกงจู้พลันหยุดมือจากการดีดพิณ เงยหน้าขึ้นสั่งว่า
เบิกตัวมันเข้ามา”
นางกำนัลถ่ายทอดวาจาออกไป ไม่นานให้หลังโจวซื่อเสี่ยนก็มาถึง เลิกชายเสื้อคุกเข่าเบื้องหน้าฉางผิงกงจู้ กล่าวว่า
จอหงวนคนใหม่โจวซื่อเสียนน้อมพบองค์หญิงขอองค์หญิงมีอายุพันปี พันๆปี”
ฉางผิงกงจู้สี่งให้ลุกขึ้น ค่อยเหลียวหน้าไปยังโจวซื่อเสี่ยน โจวซื่อเสี่ยนพอเงยหน้าขึ้นมองก็ตกตะลึงตาค้าง เห็นฉางผิงกงจู้มีใบหน้างดงามเปี่ยมราศีที่สูงส่ง แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาคาดคิดไว้แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาตาค้างก็คือ เสื้อผ้าที่องค์หญิงฉางผิงใส่นั่นเอง มันเป็นผ้าแพรบางเบา มองทะลุเข้าไปเห็นผิวเนื้อขาวผ่องรำไร ตัวเอี๊ยมกระจิริดไม่สามารถปกปิดทรวงอกอวบอิ่มไว้ได้ โดยเฉพาะร่องอกที่เบียดชิดขาวเนียน ช่างละมุนตาเหลือเกิน โจวซื่อเสี่ยนถึงกับใจเต้นระทึก ท่อนเนื้อกลางร่างเริ่มขยับหัวอย่างมีชีวิตชีวาทำท่าจะลุกขึ้นมาในทันที

โอ..องค์หญิงฉางผิงทำไมสวยยวนยั่วน่าเย็ดขนาดนี้ “
โจวซื่อเสี่ยนแอบคิดในใจ คุณธรรมในตัวของเขาพยายามสะกดความต้องการอันเป็นธรรมชาติของผู้ชายไว้อย่างเต็มที่
สายตาทั้งสี่ประสานกันแน่วนิ่ง
ฉางผิงกงจู้อึ้งไปวูบ จึงยืดกายขึ้นช้าๆ กล่าวว่า
ท่านโจว คราก่อนสร้างความลำบากแก่ท่าน ท่านคงไม่เคียดขึ้งตำหนิกระมัง”
โจวซื่อเสี่ยนเหม่อมองกงจู้อย่างซึมเซา ฉางผิงกงจู้สวมชุดแพรบางเบา ทำให้เห็นทะลุไปถึงชุดชั้นใน ช่างงดงามราวกับเทพธิดาที่ลงมาจากฟากฟ้า โดยเฉพาะช่วงขาที่เรียวยาวขาวสะอ้านตา เขาต้องพยายามบังคับสายตาไม่ไห้กวาดลงไปมองให้เสียมารยาท รีบน้อมกายตอบทันที
ขอเพียงสามารถรับใช้ชาติบ้านเมือง ข้าพระองค์แม้ตายหมื่นครั้งก็ไม่บ่ายเบียง”
ท่านโจว วันนี้เราเรียกตัวท่านมายังที่นี่ คิดชักชวนท่านชมดูปรากฏการณ์บนท้องฟ้าสักครา”
เรียนองค์หญิง ข้าพระองค์ไม่มีความรู้ด้านดาราศาสตร์มาก่อน ขอองค์หญิงชี้แนะให้มากไว้”
ฉางผิงกงจู้สาวเท้าถึงเชิงระเบียง กล่าวว่า
ท่านดูท้องฟ้าด้านนั้น”
โจวซื่อเสี่ยนกวาดตามองตาม แต่หาได้มองท้องฟ้าไม่ ทั้งนี้เนื่องจากลมกรรโชกเข้าใส่ร่างของทั้งคู่จนเสื้อโบกสะบัดพรึ่บพรั่บ โดยเฉพาะชุดของกงจู้ที่เป็นกระโปรงแพรบางเบาพอโดนลมพัดก็ลู่แนบกับลำตัว เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงาม โดยเฉพาะรอยกางเกงในตัวน้อยสีขาวที่สะโพกกลมกลึง โดนลมพัดจนกระโปรงแนบติดกับก้มอวบกลมจนเห็นร่องก้นชัดเจน คราวนี้ลำควยของโจวซื่อเสี่ยนถึงกับลุกขึ้นดันเป้าแทบแตก หัวใจของจอหงวนรูปงามปั่นป่วนไปหมด

โอ ถ้าได้เอาควยเข้าไปถูไถกับร่องก้นขององค์หญิงฉางผิงจะมีความสุขแค่ไหนนะ” โจวสื่อเซี่ยน แอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น

ท่านโจว” เสียงฉางผิงกงจู้เรียกทำให้โจวสื่อเซี่ยนตื่นจากภวังค์
องค์หญิงฉางผิดยังเอ่ยต่อไปเหมือนไม่รู้ว่าจอหงวนหนุ่มนั้นแทบไม่ได้ฟังที่นางพูดเลย เอาแต่จ้องมองก้นอวบงอนของนางอย่างเอาเป็นเอาตาย อยากจะเอามือไปรูดลำควยของตัวเองแล้วเอาน้ำไปพ่นใส่เหลือเกิน

ท่านโจวดูให้ชัดเจนกว่านี้ ใต้อาทิตย์มีแสงสีเงินลักษณะคล้ายเกาฑัณฑ์ ตัวคันเกาฑัณฑ์งอขึ้น ตามปูมดาราศาสตร์แสดงว่าขุนนางกังฉินครองเมือง บดบังเจ้าชีวิต นับเป็นลางอัปมงคล
โจวสื่อเซี่ยนเริ่มบังคับตัวเองไว้ได้ รีบน้อมกายกล่าวว่า
องค์หญิง ขอเพียงพวกเราสามารถกำราบเฉาฮั่วฉุน ย่อมสามารถปัดป่ายเมฆหมอกทะมึนเห็นแสงตะวันอีกครา”
มิผิด แต่เฉาฮั่วฉุนมีอิทธิพลกล้าแข็งทุกวัน คิดกำจัดมันหาใช่เรื่องง่ายดายไม่”
โจวซื่อเสี่ยนกล่าวเสียงกังวาน
องค์หญิง ขอเพียงสามารถกอบกู้ภัยพิบัติของแผ่นดิน ฉุดชาวโลกจากห้วงทุกข์เข็ญ แม้ตายจะเป็นไร ขอเพียงองค์หญิงสั่งมาคำเดียว ข้าพระองค์มาตรว่าตายก็ไม่เสียดายชีวิต”
สามารถเห็นพวกท่านเหล่าขุนนางตงฉิน ยินยอมช่วยราชการบ้านเมืองให้กับพระบิดา ต่อให้เราเป็นไรไปก็สามารถนอนอตาหลับได้”
องค์หญิงไฉนพลันกล่าววาจาอัปมงคลเช่นนี้”
ฉางผิงกงจู้กลับมาทรุดนั่งลงที่หน้าโต๊ะพิณ โจวซื่อเสี่ยนลอบระบายลมหายใจ การยืนสนทนากับองค์หญิงในชุดแพรบางเบาแบบนี้ช่างสะกดใจไม่ให้ท่อนเนื้อของเขาลุกขึ้นมาได้ยากเย็นเหลือเกิน
องค์หญิงฉางผิงกล่าวว่า
เราพอถือกำเนิดออกมา ก็ป่วยเป็นโรคโหงวอิมเจาะแมะ ระบบการเต้นของชีพจรผิดแผกจากคนธรรมดา มาตรว่าชมชอบวิชาบู๊ แต่ได้แต่อ่านคัมภีร์วิชาฝีมือ ไม่สามารถฝึกปรือได้”
องค์หญิง ไฉนฝึกปรือไม่ได้”
เพราะยามทีเราโคจรพลัง จะเกิดความต้องการทางเพศพลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรงจนอดไม่ได้ที่จะต้องใช้นิ้วเกี่ยว...” พูดไม่ทันจบก็นึกได้ว่าคำพูดนี้ช่างน่าอายนัก จึงหยุดหน้าแดงซ่านด้ายความอาย เหลือบตามองโจวซื่อเสี่ยนก็หน้าแดงหอบหายใจแรงเช่นกัน ยิ่งทำให้องค์หญิงต้องก้มหน้าหลบตาด้วยความอายมากยิ่งขี้นไปอีก
หารู้ไม่ว่าตอนนี้โจวซื่อเสี่ยนลอบร้องครวญครางในใจ ท่อนเอ็นของเขาลุกขึ้นชี้ชัน ช่วยไม่ได้ได้จริงๆ ลองมาฟังผู้หญิงที่งดงามอย่างองค์หญิงฉางผิงบอกว่าใช้นิ้วเกี่ยวหีของตัวเอง ใครจะไปห้ามใจไว้ ดีว่าโจวซื่อเสี่ยนเป็นบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ไม่งั้นอาจปล้ำองค์หญิงฉางผิงไปแล้วก็ได้
ครั้นเห็นองค์หญิงกระดากอายจึงรีบกล่าวขึ้น
องค์หญิง วิชาแพทย์นครหลวง เฉกเช่นฮูโต๋กลับชาติมาเกิด ขอเพียงผ่านกาลเวลาหนึ่ง พากเพียรบำรุงร่างกาย โรคภัยจะทุเลาเอง”
ฉางผิงกงจู้ระงับใจได้ก็กล่าวช้า
ขอบคุณท่านที่ปลอบโยนเรา แต่เราเล่าเรียนวิชาโหราศาสตร์ตั้งแต่เล็ก เคยคำรนวณอายุขัยของตนเองพบว่าเรามีอายุไม่เกินยี่สิบปี”
เอ่ยถึงตอนนี้ ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อน นางกำนัลนางหนึ่งวิ่งกระหืดหระหอบมา กระซิบทีข้างหูฉางผิงกงจู้ว่ากองทัพเสียที่มั่นภูเขาซุงซาน แม่ทัพหุงถูกทหารแมนจูจับเป็นเชลย
ฉางผิงกงจู้รับฟังจนหน้าแปรเปลี่ยนไป รีบขอตัวต่อโจวซื่เสี่ยน เข้าเฝ้าฉุงเจินฮ่องเต้ ณ ห้องทรงพระอักษรในบัดดล

ไม่มีความคิดเห็น: