ขายของ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เหตุการณ์จริง7


ระหว่างที่เธอไปอบรม 6 เดือน เธอได้บรรจุที่จังหวัดใกล้ๆกรุงเทพ อำเภอเมือง ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง ผมก็มาอยู่ที่กรุงเทพ ผมทำงานเป็นนิติกรบริษัท สินเชื่อระดับใหญ่ จึงไม่ได้ไปอยู่กับเธอ และผมเล่าข้ามไปนิด โรงพักที่เธอ อยู่นั้นเพื่อนผม ที่เคยเรียนม.ปลายด้วยกันมันอายุมากกว่าผม1ปีมันชื่อภพ มันสอบเข้าร.รเตรียมทหาร.รนายร้อยตำรวจ ตั้งแต่ม.4 มันเรียนเตรียมทหาร 2ปีเรียนรวมกับ นายร้อยจปร. นายเรือ. นายเรืออากาศ. และไปเรียนแยกเหล่าที่ร.รนายร้อยสามพราน 4 ปีก็ไปฝึกงานเป็นตำรวจที่โรงพัก จบมาติดยศ ร..ต ส่วนพวก จปร. นายเรือเรียน 5 ปีจนตอนนี้มันติดยศร้อยตำรวจเอกแล้วครับผมเลยฝากฝังมันให้ดูแลภรรยาผมด้วย มันก็รับปากแต่ผมก็อดที่จะอยากรู้อยากเห็นไม่ได้และ เพื่อความระวัง ผมจึงแอบเอาโทรศัพท์เมียผมไป จูนเพื่อที่จะได้รับรู้ข่าวสารจากการสนทนาของเธอทั้งหมดลืมบอกว่าผมกับเธอ เช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากสถานีนัก เพราะว่าเธอเบิกค่าเช่าได้ ที่สำคัญเธอเลี้ยงสุนัขไว้ด้วย เธอกลัวสุนัข จะเห่าเสียงดังเลยมาเช่าบ้านอยู่ข้างนอก เพราะทุกวันศุกร์ผมจะขับรถไปเยี่ยมเธอทุกศุกร์แต่ช่วงหลังงานผมเยอะเลยไม่ ค่อยได้ไป เราจึงเหมือนแยกกันอยู่ ผมเลยคิดวิธีแอบฟังโทรศัพท์เป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งผมและเธอก็คิดว่า สักวันเมื่อผมสอบราชการ ได้ ผมก็จะได้อยู่กับเธอ และเมื่อปี 48 ที่ผ่านมาก็มีข้าราชการ บางอย่างที่ 5 ปีสอบครั้ง ซึ่งเป็นข้าราชการที่มีหน้ามีตามากผมก็สอบติดแต่ขึ้นบัญชีไว้ที่ท้ายๆ ไม่รู้จะได้เรียกบรรจุรึเปล่า ( ข้าราชการที่ว่า 5 ปี สอบครั้ง รับเฉพาะ คนที่จบรัฐศาสตร์. รัฐประศาสนศาสตร์ และนิติ )คงเดาได้แล้วนะครับว่าข้าราชการนั้นคืออะไร ขอโทษนอกเรื่องมานานแล้ว


และวันแรกที่ได้ฟังโทรศัพท์ของโบว์ก็มีโทรศัพท์มาค่อนข้างบ่อย ส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนเธอทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่จนผมแยกไม่ออก และก็มีทั้งชายทั้งหญิงผมฟังดูก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนผมฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะว่าบางทีก็เบื่อๆที่แฟนผมคุยกับเพื่อนเธอไม่เห็น มีเรื่องอะไร ก็นินทาผู้ชาย คุยเรื่องสวยๆงามๆ
แต่เท่าที่ฟังผมก็ได้ยินสายที่โทรหาโบว์คือไอ้ภพเพื่อนผมโทรมาหาเป็นครั้งแรกหลังจากที่แอบฟังมาเป็นอาทิตย์
สวัสดีค่ะสารวัตร
อุ้ย เมมเบอร์ผมไว้ด้วยเหรอน้องโบว์
ค่ะ ก็สารวัตรเป็นเพื่อนพี่โก้นี่คะ
ทีหลังไม่ต้อง เรียกพี่ว่าสารวัตรนะ เรียกพี่ภพก็ได้
และที่พี่ภพโทรมามีธุระอะไรกับโบว์รึเปล่าคะ
คือพี่จะถามว่าโบว์ทานข้าวรึยัง
ยังค่ะ มีธุระอะไรรึเปล่าคะ
ก็นิดหน่อยพี่ว่าจะชวนโบว์ไปทานข้าวกลางวันและพูดธุระด้วยนิดหน่อย
ค่ะ ได้
และเธอก็วางสายโทรศัพท์
หลังจากนั้นผมก็จะจับใจความได้ว่ามีเจ้าภพเพื่อนผมโทรมาหาทุกวันเว้นวัน ที่ผมกลับมันจะทำทีว่ามาหา ผมแต่มักจะทำสายตาเจ้าชู้กับโบว์ตอนผมเผลอ แต่ผมก็คิดว่าผมดูออกนะว่ามันชอบโบว์แต่ก็ไม่อยากคิดมาก ไปคนเดียว แต่ผมก็คอยๆ ฟังก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ผมก็คอยฟังโทรศัพท์เรื่อยๆ จนวันหนึ่ง ก็มีโทรศัพท์ มาหาโบว์อีก
คราวนี้เป็นรองผู้กำกับชื่อรุ่งโรจน์ โทรมาหาทำแกล้งเอาเรื่องงานบังหน้า แต่ก็คอยพูด โอ้อวดตัวเองว่าตัวเองใหญ่ตัวเองแน่ มีพี่เป็นคนใหญ่ ที่สำนักงานตำรวจ ผมอยากเห็นหน้าจริงๆ เลยคนขี้โอ่ จนผมฟังโทรศัพท์ได้สักเดือน ก็เริ่มมีความคืบหน้า เพราะว่า มีตำรวจคนหนึ่งโทรมาหาโบว์คือ ดาบ สิงห์บทสนทนา ที่ผมฟังแล้วขนลุกมีดังนี้
มีอะไรรึเปล่าคะดาบสิงห์
เปล่าครับผู้หมวด แค่มีธุระจะบอกนิดหน่อยครับ
ธุระอะไรคะ
ผมจะพูดตรงๆไม่อ้อมค้อมนะครับ
ค่ะพูดมาเลยไม่ต้องเกรงใจค่ะ
คือท่านรอง ก็ดูที่จะสนใจผู้หมวดอยู่มากผู้หมวดก็คงจะรู้นะครับ
ไม่มั้งคะ ท่านรอง ก็อัธยาศัยดีกับทุกคนแหละค่ะ
คิดอย่างนั้นได้ก็ดีครับ เพราะที่ผมโทรมาหาผู้หมวดนี้ก็ท่านรองให้ผมโทรมาบอกข้อเสนอครับ
ข้อเสนออะไรคะ
คือ ท่านรองท่านสนใจตัวผู้หมวดท่านอยากจะ เลี้ยงดูผู้หมวดครับ
คงไม่ได้ค่ะ เพราะว่าตัวหมวดเองก็แต่งงานแล้ว
แต่ผมอยากให้คิดดีๆนะครับ เพราะว่าตัวท่านรองเองถ้าอยากได้อะไรแล้วต้องได้ และผู้หมวดก็จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้วยดีด้วยนะครับ
และดาบสิงห์ก็วางหูโทรศัพท์
จากนั้นไม่ถึง 20 นาที โบว์ก็โทรมาหาผม และก็พูดกับผมเชิงบ่นว่าท้อใจไม่อยากเป็นตำรวจแล้วเธอให้เหตุผลว่า เบื่อไม่เป็นอย่างที่เธอคิด ให้ทำอะไรที่ไม่อยากทำ ส่วนพวกผู้ชายก็จะแบ่งชั้นวรรณณะ คือ พวกที่จบจากร.ร นายร้อย ก็จะดู ว่าใหญ่ที่สุด ส่วนพวกที่มาจาก นักกฎหมายก็จะด้อยกว่าเยอะ เธอบอกว่าเธอไม่อยากทำเลย เธอทำแล้วอึดอัด ใจเป็นที่สุดพวกตำรวจชอบพูดจาลวนลาม 2 แง่ 2 ง่ามตลอด เธอบ่นให้ผมฟังแต่ไม่ยักพูดเรื่องเจ้ารองผู้กำกับนั้นผมก็ได้แต่บอกเธอให้อด ทนไว้เถอะ คิดซะว่า ตอนสอบเข้าแข่งกับคนเป็นแสน พอเข้าได้จะมาออกง่ายๆ อย่างนี้เหรอ เธอก็ตอบแบบขอไปที เพราะว่าเธอเหมือนจะอยากออกจากงานมาก คืนนั้นเราจบกรสนทนาเพียงเท่านี้ ผมก็คิดว่าเธอคงจะกลัวหรือว่าเบื่ออย่างที่เธอพูดถ้าการที่ให้เธอทำงานต่อ เหมือนบังคับเธอเกินรึเปล่า


หลังจากนั้น 2 วัน ดาบสิงห์ก็โทรมาหาโบว์ตอนเที่ยง บอกว่าท่านรองชวนไปทานกลางวันด้วย แฟนผมตกปากรับคำอย่างเสียมิได้ ผมอยากรู้ว่า ท่านรองนั้น ทานข้าวกับโบว์และมีอะไรคืบหน้าบ้างแต่ก็ไม่รู้ พอตอนมืดๆ เจ้าภพก็โทรมา
น้องโบว์เหรอพี่โทรมารบกวนรึเปล่าครับ
เปล่าค่ะ พี่ภพ
วันนี้ไปทานข้าวกับท่านรองเป็นไงบ้างล่ะ
ก็ไม่มีอะไรนี่คะ
เหรอ แต่กิตติศัพท์ ท่านรองนี้ร้ายมากนะพี่ก็อยากให้โบว์ระวังตัวไว้นะ
เท่าที่ผมจับใจความ ที่ทั้ง 2 สนทนามีแค่นี้
แต่แฟนผมบอกเจ้าภพว่า จะระวังตัวไม่ไปไหนกับท่านรองอีก


เช้ารุ่งขึ้น มีโทรศัพท์มาหาโบว์อีก คราวนี้เป็นรองรุ่งโรจน์โทรมาเองเลย บอกว่าตอนนี้ท่านรองตรวจพื้นที่อยู่ ตอนเย็นท่านรองจะมาหาที่บ้านโบว์และจะขอมาทานข้าวเย็นด้วยเธอคงไม่รังเกียจ นะและจะปรึกษาเรื่องงานพอพูดจบท่านรองก็ตัดบทวางหูไม่เปิดให้โบว์ปฏิเสธได้ เลย ผมได้ยินอย่างนั้น กลัวและระแวง รีบบึ่งรถมาที่บ้าน ของโบว์ ขับรถสัก 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง แต่ไม่รู้จะดูอย่างไร ผมก็ต้องใช้วิธีเดิม จอดรถไว้ที่อื่นและเดินมา
พอมาถึงบ้าน ไอ้หมาเวรที่เราเลี้ยงไว้ ก็มากระโดดดีใจที่ผมกลับมาทั้งเห่าทั้งคราง ผมรีบเปิดกุญแจเข้ามาในบ้าน
หาที่หลบเลยไปหลบห้องรับแขกที่ผมทำทางเข้าไว้ 2 ทาง คือเปิดจากในห้องและนอกห้องได้ มองผ่านบานเก็จ มาในหน้าบ้านชัด สักพักผมก็ได้รับ โทรศัพท์ที่แฟนผมสนทนากับดาบสิงห์ ดาบโทรมาเชิงพูดว่า ตอนเย็นท่านรองจะไปหา ขอให้ต้อนรับให้ดี เพื่อที่ท่านรองจะพอใจ และโบว์ก็จะได้ดีไปด้วย โบว์อิดออด บอกว่า ถ้าเธอไม่ยอมล่ะ ดาบสิงห์บอกว่าไม่เคยมีใครปฏิเสธ ท่านรองได้ ถ้าปฏิเสธ ก็ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากทั้งการงานและ เรื่องอื่นๆ โบว์บอกว่าบ้านเมืองมีกฎหมาย ทำไมต้องใช้อิทธิพล อย่างนี้ด้วยล่ะ ดาบพูดต่อว่า ก็ท่านรองนี้แหละคือกฎหมาย คุณโบว์ไม่เคยได้ยินเหรอว่าใครคิดจะเป็นตำรวจ นอกจากมีเงินไว้เลี้ยงนายและซื้อยศ คติคือ มีลูกเสียลูกสาว มีเมียเสียเมียรักเอาใจผู้บังคับบัญชาไม่เคยได้ยินเหรอ ครับ โบว์ถามกลับว่า ถ้าดาบมีลูกเมียจะยอมไหม คาบตอบหน้าตาเฉยว่ายอมอยู่แล้ว และก็หัวเราะอย่างสะใจ


ไม่มีความคิดเห็น: